เอกนิติ ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน ดันลงทุน-พลังงานรับมือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เอกนิติ ชี้เศรษฐกิจโลกผันผวน ดันลงทุน-พลังงานรับมือ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงวิสัยทัศน์ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย ในเวที IMF Governor Talks ภายใต้การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569

เอกนิติระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดการยกระดับการลงทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและรองรับการเติบโตในระยะยาว


สรุปข่าว

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แสดงวิสัยทัศน์เวที IMF ชี้เศรษฐกิจไทยต้องเร่งยกระดับการลงทุน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และรับมือความผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ ผ่านนโยบาย 4T พร้อมผลักดันพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเสริมศักยภาพประเทศ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงวิสัยทัศน์ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและทิศทางเศรษฐกิจไทย ในเวที IMF Governor Talks ภายใต้การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569

เอกนิติระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพของประเทศ รัฐบาลจึงกำหนดการยกระดับการลงทุนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและรองรับการเติบโตในระยะยาว


ขณะเดียวกัน ได้เสนอแนวทางรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงาน ผ่านกรอบนโยบาย “4T” ประกอบด้วย Target การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Transformation การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และ Together ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ในด้านพลังงาน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบ Smart Grid เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการส่งเสริมกลไกซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ Direct PPA รวมถึงการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับนโยบายการคลัง เน้นการดำเนินมาตรการแบบเฉพาะเจาะจงต่อกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเร่งการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

เอกนิติยังกล่าวถึงบทบาทของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Annual Meetings) ในเดือนตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์