คลังสินค้าปรับตัวรับเทรนด์พลังงานสะอาด ติดโซลาร์รูฟ ลดคาร์บอน 450 ตัน/ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลังสินค้าปรับตัวรับเทรนด์พลังงานสะอาด ติดโซลาร์รูฟ ลดคาร์บอน 450 ตัน/ปี

ธุรกิจคลังสินค้าร่วมใช้พลังงานสะอาด ติดตั้งโซลาร์รูฟ ลดคาร์บอนกว่า 450 ตันต่อปี

บริษัทคลังสินค้าชั้นนำในเครือพูลผล จับมือ ONNEX SOLAR by SCG ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาคลังสินค้า (Solar Rooftop) เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล ตอบโจทย์แนวคิด Green Warehouse และยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจให้ยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG

คุณอาทิตยา พงษ์สิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เปิดเผยว่า ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ผันผวน ระบบคลังสินค้าจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้การบริหารพลังงานกลายเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยจากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่า ต้นทุนไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 15–30% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด

สรุปข่าว

บริษัทคลังสินค้าเครือพูลผล ร่วมกับ ONNEX SOLAR by SCG ติดตั้งโซลาร์รูฟบนคลังสินค้า ลดค่าไฟกว่า 40% ลดคาร์บอนปีละ 450 ตัน พร้อมนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในระบบโลจิสติกส์ มุ่งสู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG

ธุรกิจคลังสินค้าร่วมใช้พลังงานสะอาด ติดตั้งโซลาร์รูฟ ลดคาร์บอนกว่า 450 ตันต่อปี

บริษัทคลังสินค้าชั้นนำในเครือพูลผล จับมือ ONNEX SOLAR by SCG ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาคลังสินค้า (Solar Rooftop) เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล ตอบโจทย์แนวคิด Green Warehouse และยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจให้ยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG

คุณอาทิตยา พงษ์สิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เปิดเผยว่า ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่ผันผวน ระบบคลังสินค้าจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้การบริหารพลังงานกลายเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยจากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่า ต้นทุนไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 15–30% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด

การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจึงเป็นมากกว่าแนวโน้มของโลก แต่คือกลยุทธ์เชิงธุรกิจที่จับต้องได้จริง โดยหลังการติดตั้งระบบ Solar Rooftop กับ ONNEX SOLAR by SCG บริษัทสามารถลดค่าไฟในช่วงเวลากลางวันได้ถึง 40% และลดการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ลงได้มากกว่า 450 ตัน CO2 ต่อปี

คุณอาทิตยา ระบุว่า แนวคิด Green Warehouse ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดแค่การติดแผงโซลาร์ แต่หมายถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ ลดของเสีย และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ยังเดินหน้านำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในงานโลจิสติกส์ เช่น รถขุดไฮโดรลิกไฟฟ้า และรถโฟล์คลิฟต์ไฟฟ้า แทนการใช้น้ำมันจากฟอสซิล ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนและลดมลพิษทางอากาศ สอดคล้องกับแนวทาง Go Green ที่บริษัทมุ่งมั่น

การร่วมงานกับ ONNEX SOLAR by SCG ยังได้ประโยชน์จากระบบวิเคราะห์การใช้พลังงาน (Energy Audit) ที่ช่วยออกแบบระบบได้เหมาะกับรูปแบบการใช้ไฟจริง พร้อมระบบตรวจสอบแบบเรียลไทม์และดูแลตลอดอายุการใช้งาน

ในระยะยาว บริษัทมองว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงเพื่อลดต้นทุน แต่เป็นการเตรียมความพร้อมด้าน ESG – ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญที่องค์กรระดับโลกใช้ในการประเมินคู่ค้าและผู้ให้บริการในห่วงโซ่อุปทาน

“การใช้พลังงานแสงอาทิตย์คือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน หากเริ่มต้นวันนี้ก็สามารถเห็นผลได้ทันที และสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวได้จริง” คุณอาทิตยา กล่าว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top