เวทีเลือกตั้ง 69 ชี้พรรคการเมืองมองข้ามนโยบายสังคม ปัญหาชีวิตถูกดันข้างเวที

Share on Line Share on Facebook Share on X
เวทีเลือกตั้ง 69 ชี้พรรคการเมืองมองข้ามนโยบายสังคม ปัญหาชีวิตถูกดันข้างเวที

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่โรงแรมแมนดาริน เครือข่ายทำงานขับเคลื่อนสังคมเลือกตั้ง 69 ร่วมกับ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนา “เลือกตั้ง 69 นโยบายทางสังคมที่หล่นหายไป” เพื่อสะท้อนช่องว่างเชิงนโยบายของพรรคการเมืองต่อปัญหาสังคมที่กระทบชีวิตผู้คนโดยตรง

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ระบุว่า ปัญหาการพนันสร้างผลกระทบต่อครัวเรือนไทยอย่างรุนแรง เงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจปีละหลายแสนล้านบาท มีผู้เล่นจนเกิดปัญหากว่า 5 ล้านคน และผู้ติดพนันอีกนับล้าน แต่เมื่อติดตามนโยบายหาเสียงกลับพบว่าพรรคการเมืองมักหลีกเลี่ยงการพูดตรงประเด็น โดยผลักภาระไปอยู่ในกรอบนโยบายอื่น เช่น การปราบสแกมเมอร์ การปฏิรูปตำรวจ หรือการใช้ “หวย” เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการพูดถึงกาสิโนหรือพนันออนไลน์อย่างไม่ชัดเจน ทั้งหมดสะท้อนทัศนคติที่มองการพนันเป็นแหล่งผลประโยชน์ มากกว่าการคำนึงถึงความสูญเสียของชีวิตประชาชน

สรุปข่าว

เวทีเสวนาเลือกตั้ง 69 ชี้พรรคการเมืองจำนวนมากยังมองข้ามนโยบายทางสังคม ทั้งการพนัน ความรุนแรงในครอบครัว สุขภาพ และเด็กหลุดระบบการศึกษา แม้เป็นปัญหาที่สร้างความสูญเสียมหาศาล ผู้ร่วมเวทีเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายชาติ ปรับกฎหมายล้าหลัง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างจริงจัง

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่โรงแรมแมนดาริน เครือข่ายทำงานขับเคลื่อนสังคมเลือกตั้ง 69 ร่วมกับ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนา “เลือกตั้ง 69 นโยบายทางสังคมที่หล่นหายไป” เพื่อสะท้อนช่องว่างเชิงนโยบายของพรรคการเมืองต่อปัญหาสังคมที่กระทบชีวิตผู้คนโดยตรง

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ระบุว่า ปัญหาการพนันสร้างผลกระทบต่อครัวเรือนไทยอย่างรุนแรง เงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจปีละหลายแสนล้านบาท มีผู้เล่นจนเกิดปัญหากว่า 5 ล้านคน และผู้ติดพนันอีกนับล้าน แต่เมื่อติดตามนโยบายหาเสียงกลับพบว่าพรรคการเมืองมักหลีกเลี่ยงการพูดตรงประเด็น โดยผลักภาระไปอยู่ในกรอบนโยบายอื่น เช่น การปราบสแกมเมอร์ การปฏิรูปตำรวจ หรือการใช้ “หวย” เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงการพูดถึงกาสิโนหรือพนันออนไลน์อย่างไม่ชัดเจน ทั้งหมดสะท้อนทัศนคติที่มองการพนันเป็นแหล่งผลประโยชน์ มากกว่าการคำนึงถึงความสูญเสียของชีวิตประชาชน

ด้านนางสาวอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยข้อมูลว่า ไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่มีความรุนแรงในครอบครัวสูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลจากศูนย์พึ่งได้ (OSCC) กระทรวงสาธารณสุข ปี 2567 มีผู้เข้ารับบริการกว่า 17,913 คน ส่วนการรวบรวมข่าวของมูลนิธิพบเหตุความรุนแรงในครอบครัวถึง 1,529 ข่าว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 40% โดยมีแอลกอฮอล์และยาเสพติดเป็นปัจจัยสำคัญ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบนโยบาย 52 พรรคการเมือง พบเพียง 14 พรรคที่กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงในสังคม ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหา

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงาน ขสย. ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองจำนวนมากยังให้น้ำหนักกับนโยบายประชานิยม มากกว่านโยบายสุขภาพ ทั้งที่สาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนไทยส่วนใหญ่มาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งพบว่ามีเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ขณะที่แอลกอฮอล์ทำให้มีผู้เสียชีวิตบนถนนกว่า 50,000 คนต่อปี และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 7.4 หมื่นล้านบาท

นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจาภิเษก กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยยังติดกับดักอำนาจนิยม ทำให้โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยและผลักเด็กออกจากระบบ ทั้งที่งานวิจัยยืนยันว่าการศึกษาช่วยยกระดับสถานภาพทางเศรษฐกิจข้ามรุ่นได้ พร้อมเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้า “ดรอปเอาท์เป็นศูนย์” ปรับโครงสร้างโรงเรียน หลักสูตร และนโยบายเรียนฟรีให้เกิดขึ้นจริง

รศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า ปัญหาสังคมที่กระทบชีวิตประจำวันของผู้คนมักไม่ถูกหยิบยกในช่วงเลือกตั้ง เพราะเป็นนโยบายที่ต้องใช้เวลาและไม่สร้างผลทางการเมืองระยะสั้น เวทีนี้จึงต้องการชวนสังคมตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้การเมืองหันมาพูดถึงชีวิตจริงของประชาชนอย่างจริงจังและยั่งยืน

ขณะที่นายสมคิด พุทธศรี บรรณาธิการบริหาร The 101.world ระบุว่า แม้สังคมจะเผชิญการเปลี่ยนแปลงซับซ้อนจากเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ แต่การทำความเข้าใจชีวิตผู้คนกลับยังไม่ลึกพอ ทำให้นโยบายทางสังคมถูกออกแบบแบบแยกส่วน จึงจำเป็นต้องปรับวิธีคิดและกระบวนการออกแบบนโยบายใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่การศึกษาข้อมูล ไปจนถึงการผลักดันให้พรรคการเมืองและรัฐบาลนำไปใช้จริง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top