UNCTAD เตือนวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบพลังงานและอาหารโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
UNCTAD เตือนวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบพลังงานและอาหารโลก

UNCTAD เตือนผลกระทบห่วงโซ่อุปทานโลกจากความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ระบุว่า ความตึงเครียดทางทหารที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้การสัญจรทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซชะงักงันในช่วงที่ผ่านมา และสร้างความกังวลว่าความปั่นป่วนดังกล่าวอาจลุกลามไปสู่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

รายงานชี้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่มีความสำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากรองรับการขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณหนึ่งในสี่ของปริมาณการค้าทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางหลักของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG รวมถึงสินค้าสำคัญอย่างปุ๋ยที่ต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ในปริมาณมหาศาล

สถานการณ์ที่ตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดพลังงานตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและทะลุระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในระยะเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุการณ์

สรุปข่าว

UNCTAD เตือนความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 4 ของโลก รวมถึง LNG และปุ๋ยจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจดันต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และราคาอาหารทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจเปราะบาง

UNCTAD เตือนผลกระทบห่วงโซ่อุปทานโลกจากความตึงเครียดช่องแคบฮอร์มุซ

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ระบุว่า ความตึงเครียดทางทหารที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้การสัญจรทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซชะงักงันในช่วงที่ผ่านมา และสร้างความกังวลว่าความปั่นป่วนดังกล่าวอาจลุกลามไปสู่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

รายงานชี้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่มีความสำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากรองรับการขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณหนึ่งในสี่ของปริมาณการค้าทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางหลักของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG รวมถึงสินค้าสำคัญอย่างปุ๋ยที่ต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ในปริมาณมหาศาล

สถานการณ์ที่ตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดพลังงานตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและทะลุระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในระยะเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุการณ์

UNCTAD ระบุว่า ผลกระทบจากความปั่นป่วนของการเดินเรืออาจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดพลังงานเท่านั้น เนื่องจากการค้าปุ๋ยทางทะเลของโลกประมาณหนึ่งในสามต้องอาศัยเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากเกิดการชะงักงันเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อการเข้าถึงปุ๋ยของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยากจนที่พึ่งพาการนำเข้า

รายงานยังเตือนว่า หากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย และค่าขนส่งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้ราคาสินค้าอาหารทั่วโลกขยับขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ค่าครองชีพที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่

ในมุมของประเทศกำลังพัฒนา UNCTAD มองว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบรุนแรงมากกว่าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากหลายประเทศมีภาระหนี้สาธารณะในระดับสูง รวมทั้งต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น จึงมีข้อจำกัดในการรับมือกับราคาสินค้าที่อาจพุ่งสูงขึ้นรอบใหม่

รายงานจึงเน้นย้ำว่าการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบต่อประเทศที่มีเศรษฐกิจเปราะบาง เพื่อเตรียมมาตรการรับมือหากความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกยังคงยืดเยื้อ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์