
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในช่วงค่ำวันที่ 13 มีนาคม 2569 หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมัน โดยแรงกดดันสำคัญมาจากการที่สหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียชั่วคราว เปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียได้ในระยะเวลาจำกัด
ณ เวลา 18.23 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวลง 1.29 ดอลลาร์ หรือ 1.35% มาอยู่ที่ 94.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.63 ดอลลาร์ หรือ 0.63% แตะระดับ 99.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เบรนท์หลุดแนว 100 ดอลลาร์ และ WTI ต่ำกว่าระดับ 95 ดอลลาร์
สรุปข่าว
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงในช่วงค่ำวันที่ 13 มีนาคม 2569 หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อภาวะตึงตัวของอุปทานน้ำมัน โดยแรงกดดันสำคัญมาจากการที่สหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียชั่วคราว เปิดทางให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียได้ในระยะเวลาจำกัด
ณ เวลา 18.23 น. ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ส่งมอบเดือนเมษายน ปรับตัวลง 1.29 ดอลลาร์ หรือ 1.35% มาอยู่ที่ 94.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.63 ดอลลาร์ หรือ 0.63% แตะระดับ 99.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เบรนท์หลุดแนว 100 ดอลลาร์ และ WTI ต่ำกว่าระดับ 95 ดอลลาร์
ปัจจัยที่กดดันตลาดในรอบนี้มาจากการที่รัฐบาลสหรัฐออกใบอนุญาตชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน อนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรได้ รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างขนส่งทางทะเล มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประคองเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก ท่ามกลางผลกระทบจากสถานการณ์สงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า การผ่อนคลายมาตรการครั้งนี้มีขึ้นเพื่อช่วยลดแรงกระแทกต่อระบบพลังงานโลก ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยกระดับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากปัจจัยจากฝั่งสหรัฐแล้ว ตลาดยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการประกาศของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ที่เตรียมระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินรวม 400 ล้านบาร์เรล จากสมาชิกทั้งหมด 32 ประเทศ ซึ่งนับเป็นการระบายน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ปริมาณดังกล่าวมากกว่าการระบายน้ำมัน 182 ล้านบาร์เรลที่เกิดขึ้นหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 และถือเป็นการใช้คลังสำรองร่วมกันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ IEA ก่อตั้งขึ้นภายหลังวิกฤตราคาน้ำมันในปี 2516
อีกด้านหนึ่ง นักลงทุนบางส่วนยังทยอยขายทำกำไร หลังจากราคาน้ำมันเคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนหน้านี้ จากแรงกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจทำให้ตลาดโลกเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง
การอ่อนตัวลงของราคาน้ำมันในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับมาตรการเพิ่มอุปทานและการบริหารคลังสำรองมากขึ้น แม้ความเสี่ยงจากสงครามและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์จะยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดพลังงานทั่วโลกต่อไป
- IEA เล็งปล่อย “น้ำมันสำรองฉุกเฉิน” ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ หลังวิกฤตตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง
- กองทัพยูเครนเผย รัสเซียปะทะ 136 ครั้งในวันเดียว พยายามขวางไม่ให้รัสเซียรุกคืบ
- รายงานเผย "รัสเซีย" กำลังช่วยเหลือข่าวกรองอิหร่าน บอกความเคลื่อนไหวกองทัพสหรัฐฯ
- สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน จับตา “รัสเซีย” “ปูติน” อาจเข้าไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง ?
- รัสเซียปฏิเสธไม่ได้วางยางพิษ "อเล็กเซย์ นาวาลนี"
บรรณาธิการออนไลน์
