สธ.ย้ำยา - เวชภัณฑ์ไทยยังเพียงพอ สำรองไว้อย่างน้อย 3 เดือน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สธ.ย้ำยา - เวชภัณฑ์ไทยยังเพียงพอ สำรองไว้อย่างน้อย 3 เดือน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึง สถานการณ์เวชภัณฑ์ยาของไทย จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ทางผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ ในทุกๆสัปดาห์ เพื่อประเมินเรื่องของสต็อกยา วัคซีน แล้วก็เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ปัจจุบันยังมีสำรองไว้ เพียงพอในระดับ 3 เดือนขึ้นไป

สรุปข่าว

กระทรวงสาธารณสุขยืนยันสต็อกยาและวัคซีนมีสำรองพอใช้เกิน 3 เดือน แม้สงครามตะวันออกกลางจะกระทบต้นทุนขนส่งจนราคายาเริ่มขยับตัว แต่ได้เร่งหารือผู้ผลิตให้ช่วยตรึงราคาเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึง สถานการณ์เวชภัณฑ์ยาของไทย จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า ทางผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ ในทุกๆสัปดาห์ เพื่อประเมินเรื่องของสต็อกยา วัคซีน แล้วก็เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ปัจจุบันยังมีสำรองไว้ เพียงพอในระดับ 3 เดือนขึ้นไป

ส่วนราคายา เริ่มมีสัญญาณการปรับขึ้นบ้าง เนื่องมาจากต้นทุนการขนส่ง รวมถึงสภาพคล่องผู้ขายหลายราย ซึ่งได้หารือร่วมกับทางสมาคมผู้ผลิตยาและผู้ขายยาให้พยายามตรึงราคาเอาไว้ให้ได้นานที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน

ด้านนายพิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ  ระบุว่า สถานการณ์น้ำมันส่งผลกระทบกับการให้บริการรถฉุกเฉินของ สพฉ.ในระดับ เล็กน้อย - ปานกลาง 36 จังหวัด ได้รับผลกระทบระดับมากใน 2 จังหวัด คือ สงขลาและหนองบัวลำภู ที่ต้องจำกัดภารกิจ เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ปิดให้บริการ และได้รับผลกระทบอยู่ในระดับวิกฤต 1 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ ทำให้หน่วยปฏิบัติการของเทศบาลตำบลกุดหว้า และ อบต.นามะเขือ ไม่สามารถปฏิบัติการได้  

ปัจจุบันทั่วประเทศมีรถฉุกเฉินกว่า 14,000 คัน มีอัตราการใช้น้ำมันประมาณ 5 ลิตรต่อวันต่อคัน กรณีลำเลียงผู้ป่วย 1 เคสต่อคันต่อวัน เฉลี่ยระยะทางที่ใช้ 30 กิโลเมตรต่อเคส ดังนั้น มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันต่อวันกว่า 71,000 ลิตรต่อวัน เป็นอย่างน้อย

ทางสพฉ. จึงได้เร่งประสานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อขอความร่วมมือในการประสานสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศให้ความอนุเคราะห์เติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยไม่จำกัดสิทธิ

นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยปฏิบัติการอำนวยการทั่วประเทศ ซึ่งมีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในการลำเลียงผู้ป่วยให้บันทึกข้อมูล สรุปรายงานสถานการณ์ผลกระทบและปัญหาต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉินจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันมายัง สพฉ. ทุกวันนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม เป็นต้นมา เพื่อเร่งประสานงานเครือข่ายให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ที่มาข้อมูล : กระทรวงสาธารณสุข

ที่มารูปภาพ : กระทรวงสาธารณสุข