ดีอี สั่ง NT รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ยันอินเทอร์เน็ตไทยเสถียร มีระบบสำรอง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ดีอี สั่ง NT รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ยันอินเทอร์เน็ตไทยเสถียร มีระบบสำรอง

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุและเฝ้าระวังระบบตลอด 24 ชั่วโมง

สรุปข่าว

Gemini บอกว่า รมว.ดีอี สั่งการ NT เร่งเตรียมแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง โดยชูระบบสำรองเคเบิลใต้น้ำ 6 เส้นทางและเทคโนโลยี Rerouting อัจฉริยะที่สามารถถ่ายโอนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตไปเส้นทางอื่นได้ทันทีหากเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและภาคธุรกิจว่าระบบสื่อสารของไทยจะใช้งานได้ต่อเนื่องและมีเสถียรภาพตลอด 24 ชั่วโมง

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุและเฝ้าระวังระบบตลอด 24 ชั่วโมง

เปิดมาตรการสำรองโครงข่ายอินเทอร์เน็ต

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ NT ได้เตรียมความพร้อมของโครงข่าย Internet Gateway ในหลายจุดยุทธศาสตร์โลก เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยมีจุดเด่นด้านการบริหารจัดการ ดังนี้

  • ระบบเคเบิลใต้น้ำประสิทธิภาพสูง -  มีระบบที่ NT ร่วมลงทุนรวม 6 ระบบ ซึ่งเชื่อมโยงทั้งทางบกและทางทะเล
  • การถ่ายโอนข้อมูลอัจฉริยะ (Rerouting) - หากระบบเคเบิลในแถบตะวันออกกลางเกิดขัดข้อง ระบบจะทำการโอนย้ายทราฟฟิกไปยังเส้นทางสำรองอื่นทันที เพื่อให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยไม่เกิดการหยุดชะงัก
  • การเชื่อมต่อที่ครอบคลุม-  รองรับทั้งรูปแบบ Transit และ Peering เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพของสัญญาณ

ย้ำความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ NT ได้จัดทำรายงานประเมินความเสี่ยงและแผนประเมินความรุนแรงในระดับต่างๆ ไว้พร้อมแล้ว โดยเน้นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อรักษาความมั่นคงด้านโทรคมนาคมของชาติ พร้อมยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในต่างประเทศส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย