พิพัฒน์ ยังไม่พบกักตุนน้ำมันเพิ่ม เดินหน้าตรวจทั่วประเทศ

Share on Line Share on Facebook Share on X
พิพัฒน์ ยังไม่พบกักตุนน้ำมันเพิ่ม เดินหน้าตรวจทั่วประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (ศบก.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำมันในประเทศ ภายหลังผู้ประกอบการขนส่งภาคใต้แสดงท่าทีอาจยุติการเดินรถ หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ระบบการจัดจำหน่ายน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่กลไกปกติ โดยผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ยังคงจำหน่ายผ่าน “จ๊อบเบอร์” ตามรูปแบบเดิม ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถจัดหาน้ำมันได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าคิวเติมที่สถานีบริการ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในระยะสั้นได้

สรุปข่าว

พิพัฒน์เผยยังไม่พบการกักตุนน้ำมันเพิ่มนอกเหนือจากอ่างทอง ขณะเดียวกันตรวจพบความพยายามลักลอบส่งออกน้ำมัน 20,000 ลิตร อยู่ระหว่างขยายผล ยอมรับยังไม่ชัดมี “ไอ้โม่ง” หรือไม่ สั่งตรวจเข้มทั้งระบบทั่วประเทศ พร้อมขอประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (ศบก.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำมันในประเทศ ภายหลังผู้ประกอบการขนส่งภาคใต้แสดงท่าทีอาจยุติการเดินรถ หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข

นายพิพัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้ระบบการจัดจำหน่ายน้ำมันเริ่มกลับเข้าสู่กลไกปกติ โดยผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ยังคงจำหน่ายผ่าน “จ๊อบเบอร์” ตามรูปแบบเดิม ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งสามารถจัดหาน้ำมันได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าคิวเติมที่สถานีบริการ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในระยะสั้นได้

ในส่วนของการตรวจสอบการกักตุนน้ำมัน รัฐบาลได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อเร่งตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กำชับนายอำเภอลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมันทุกแห่ง ขณะเดียวกันยังมีการตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ที่มีคลังเก็บน้ำมัน ว่ามีพฤติกรรมกักตุนหรือไม่

ผลการตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบการกระทำผิดเพิ่มเติม นอกเหนือจากกรณีที่ตรวจพบในจังหวัดอ่างทองก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างขยายผล หลังพบความพยายามลักลอบขนส่งน้ำมันออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านปริมาณประมาณ 20,000 ลิตร ซึ่งยังต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ในขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีกลุ่มบุคคลหรือ “ไอ้โม่ง” อยู่เบื้องหลังการกักตุนหรือการเคลื่อนไหวด้านน้ำมันหรือไม่ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่โรงกลั่น คลังน้ำมัน ไปจนถึงสถานีบริการทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบพฤติกรรมผิดปกติหรือเข้าข่ายกักตุน สามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์บริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (ศบก.) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

บรรณาธิการออนไลน์