กินอาหารในโฟม เสี่ยงมะเร็งลำไส้จริงหรือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กินอาหารในโฟม เสี่ยงมะเร็งลำไส้จริงหรือ

ในช่วงที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางว่า การกินอาหารจากกล่องโฟมและพลาสติก โดยเฉพาะอาหารร้อนหรืออาหารมัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ กระแสเตือนภัยดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเกิดความกังวล และตั้งคำถามว่าพฤติกรรมที่พบได้ในชีวิตประจำวันเช่นนี้ มีความเสี่ยงจริงมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันชี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการกินอาหารจากโฟมเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งลำไส้ในมนุษย์ แต่มีข้อเท็จจริงสำคัญที่ยืนยันได้คือ บรรจุภัณฑ์บางประเภทสามารถปล่อยสารเคมีปนเปื้อนลงในอาหาร โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสความร้อนหรืออาหารที่มีไขมัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้นบ่อยในการบริโภคอาหารตามสั่ง

กล่องโฟมที่ใช้กันทั่วไปผลิตจากโพลีสไตรีน เมื่อสัมผัสกับอาหารร้อนหรือมีน้ำมัน อาจปล่อยสารสไตรีนและเบนซีนออกมาปนเปื้อนในอาหาร สารสไตรีนถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีแนวโน้มก่อมะเร็งในมนุษย์ ขณะที่เบนซีนเป็นสารพิษที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งเม็ดเลือด งานวิจัยยังพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและไขมันในอาหารจะยิ่งเร่งให้สารเหล่านี้ละลายออกมาในปริมาณมากขึ้น

สรุปข่าว

กระแสโซเชียลเตือนกินอาหารในโฟมเสี่ยงมะเร็งลำไส้ ข้อมูลวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า สารเคมีจากโฟมและพลาสติกสามารถปนเปื้อนในอาหาร โดยเฉพาะเมื่อเจอความร้อนหรือไขมัน และมีงานวิจัยใหม่เชื่อมโยงไมโครพลาสติกกับกลไกก่อมะเร็ง แม้ยังไม่ยืนยันสาเหตุโดยตรง แต่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงระยะยาว

ในช่วงที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางว่า การกินอาหารจากกล่องโฟมและพลาสติก โดยเฉพาะอาหารร้อนหรืออาหารมัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ กระแสเตือนภัยดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเกิดความกังวล และตั้งคำถามว่าพฤติกรรมที่พบได้ในชีวิตประจำวันเช่นนี้ มีความเสี่ยงจริงมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันชี้ว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการกินอาหารจากโฟมเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งลำไส้ในมนุษย์ แต่มีข้อเท็จจริงสำคัญที่ยืนยันได้คือ บรรจุภัณฑ์บางประเภทสามารถปล่อยสารเคมีปนเปื้อนลงในอาหาร โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสความร้อนหรืออาหารที่มีไขมัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้นบ่อยในการบริโภคอาหารตามสั่ง

กล่องโฟมที่ใช้กันทั่วไปผลิตจากโพลีสไตรีน เมื่อสัมผัสกับอาหารร้อนหรือมีน้ำมัน อาจปล่อยสารสไตรีนและเบนซีนออกมาปนเปื้อนในอาหาร สารสไตรีนถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีแนวโน้มก่อมะเร็งในมนุษย์ ขณะที่เบนซีนเป็นสารพิษที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งเม็ดเลือด งานวิจัยยังพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นและไขมันในอาหารจะยิ่งเร่งให้สารเหล่านี้ละลายออกมาในปริมาณมากขึ้น

นอกจากโฟมแล้ว พลาสติกบางชนิดยังมีสารอื่นที่ต้องระวัง เช่น BPA และพาทาเลต ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อใช้บรรจุอาหารร้อนหรือมีการอุ่นซ้ำ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนำกล่องเข้าไมโครเวฟ การเก็บอาหารไว้ในกล่องเป็นเวลานาน หรือการใส่อาหารที่มีไขมันสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มโอกาสให้สารเคมีเหล่านี้ปนเปื้อนในอาหารได้มากขึ้น

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ “ไมโครพลาสติก” ซึ่งเป็นอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านอาหาร น้ำดื่ม และอากาศ งานวิจัยในช่วงปี 2024–2025 พบว่า ไมโครพลาสติกสามารถเข้าสู่เซลล์ในลำไส้ และอาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ ความเสียหายต่อ DNA และความผิดปกติของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งเป็นกลไกที่เชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็ง แม้หลักฐานยังอยู่ในระดับความเชื่อมโยง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ทำให้วงการแพทย์ให้ความสนใจเพิ่มขึ้น

ในประเทศไทย มะเร็งลำไส้ใหญ่ถือเป็นหนึ่งในโรคที่พบมาก โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า เป็นมะเร็งอันดับ 1 ในผู้ชายไทย และมีผู้ป่วยใหม่เฉลี่ยวันละ 44 คน แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักยังคงเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกิน วิถีชีวิต และพันธุกรรม ขณะที่ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น สารเคมีและไมโครพลาสติก อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การกินอาหารจากโฟมหรือพลาสติกไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของมะเร็งลำไส้ตามหลักฐานในปัจจุบัน แต่มีความเสี่ยงในแง่การได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อใช้ไม่เหมาะสม หน่วยงานด้านสุขภาพจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้โฟมหรือพลาสติกกับอาหารร้อน และเลือกใช้ภาชนะที่ปลอดภัยมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

โฟมบรรจุอาหาร
มะเร็งลำไส้ไมโครพลาสติก
สารเคมีในอาหาร
สุขภาพ