
วันที่ 25 เมษายนของทุกปี ตรงกับ วันมาลาเรียโลก (World Malaria Day) ซึ่งถูกกำหนดโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย และส่งเสริมการป้องกัน ควบคุม รวมถึงการรักษาโรคนี้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วโลก
ประวัติวันมาลาเรียโลก
วันมาลาเรียโลกเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2008 โดยพัฒนามาจาก “Africa Malaria Day” ซึ่งจัดขึ้นในทวีปแอฟริกามาก่อน เพื่อเน้นย้ำถึงปัญหาโรคมาลาเรียที่ส่งผลกระทบต่อประชากรจำนวนมาก
ต่อมา องค์การอนามัยโลกได้ขยายให้เป็นวันระดับสากล เพื่อให้ทุกประเทศร่วมกันรณรงค์และแก้ไขปัญหาโรคมาลาเรียอย่างจริงจัง
สรุปข่าว
วันที่ 25 เมษายนของทุกปี ตรงกับ วันมาลาเรียโลก (World Malaria Day) ซึ่งถูกกำหนดโดย องค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย และส่งเสริมการป้องกัน ควบคุม รวมถึงการรักษาโรคนี้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วโลก
ประวัติวันมาลาเรียโลก
วันมาลาเรียโลกเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2008 โดยพัฒนามาจาก “Africa Malaria Day” ซึ่งจัดขึ้นในทวีปแอฟริกามาก่อน เพื่อเน้นย้ำถึงปัญหาโรคมาลาเรียที่ส่งผลกระทบต่อประชากรจำนวนมาก
ต่อมา องค์การอนามัยโลกได้ขยายให้เป็นวันระดับสากล เพื่อให้ทุกประเทศร่วมกันรณรงค์และแก้ไขปัญหาโรคมาลาเรียอย่างจริงจัง
โรคไข้มาลาเรียคืออะไร?
โรคไข้มาลาเรีย (Malaria) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจาก ปรสิตชนิดหนึ่ง (Plasmodium) ซึ่งติดต่อสู่คนผ่านการกัดของ ยุงก้นปล่องเพศเมีย พบได้บ่อยในพื้นที่เขตร้อน เช่น เอเชีย แอฟริกา และบางส่วนของอเมริกาใต้
โรคนี้ถือเป็นโรคที่สามารถรักษาได้ แต่หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
สาเหตุของโรคไข้มาลาเรีย
สาเหตุหลักของโรคมาลาเรียคือการติดเชื้อปรสิต Plasmodium ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เช่น
- Plasmodium falciparum (รุนแรงที่สุด)
- Plasmodium vivax
- Plasmodium ovale
- Plasmodium malariae
การติดเชื้อเกิดขึ้นเมื่อ ยุงก้นปล่องที่มีเชื้อกัดคน แล้วปล่อยเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด จากนั้นเชื้อจะไปเจริญเติบโตในตับและเม็ดเลือดแดง
อาการของโรคมาลาเรีย
อาการของโรคมาลาเรีย มักเริ่มแสดงภายใน 10–15 วันหลังถูกยุงกัด โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่
1. ไข้สูงเป็นระยะ มีลักษณะเด่นคือ “ไข้ขึ้น–หนาวสั่น–เหงื่อออก” เป็นช่วง ๆ
2. หนาวสั่นและเหงื่อออกมาก เป็นอาการเฉพาะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมาลาเรีย
3. ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย รู้สึกไม่มีแรง เหนื่อยง่าย
4. คลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย
5. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คล้ายอาการไข้ทั่วไป แต่จะเป็นมากขึ้นเมื่อไข้สูง
ความสำคัญของวันมาลาเรียโลก
วันมาลาเรียโลกมีเป้าหมายสำคัญ ได้แก่
- สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมาลาเรีย
- ส่งเสริมการป้องกัน เช่น การใช้มุ้งและยากันยุง
- สนับสนุนการเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว
- ลดจำนวนผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตจากโรค
ที่มาข้อมูล : https://ddc.moph.go.th/
ที่มารูปภาพ : Canva
