ประวัติ นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค กองหลังเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประวัติ นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค กองหลังเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์

หนึ่งในกองหลังที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในโลกลูกหนังชั่วโมงนี้คือ นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค ที่ปัจจุบันเป็นปราการเหล็กให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน 


สัญญาของเขามีอยู่กับต้นสังกัดจนถึงฤดูกาลหน้า(2026-27) ไม่แปลกใจที่ ดอร์ทมุนด์ กำลังพยายามอย่างหนักในการต่อสัญญากับแข้งรายนี้ออกไปให้ได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไม่มีความคืบหน้า ทีมมีสิทธิ์เสียนักเตะตัวเก่งออกไปแบบฟรีๆ


ในขณะเดียวกันบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างกำลังที่จะใช้ช่วงรอยต่อตรงนี้เดินหน้าเจรจาซื้อตัวไปร่วมทีม เพราะหากสุดท้ายแล้วไม่มีการต่อสัญญาเกิดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ ดอร์ทมุนด์ อาจจะจำเป็นต้องปล่อยตัวออกไปหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อที่อย่างน้อยๆก็จะได้ค่าตัวไปใช้เสริมนักเตะใหม่เข้ามาทดแทน


เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแข้งรายนี้กันให้มากขึ้น ก่อนที่อนาคตของเขาจะได้บทสรุปในไม่ช้า


ประวัติ นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค


นิโก เซดริก ชลอตเตอร์เบ็ค เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ณ เมืองไวบลิงเงน ที่ติดกับสตุทการ์ท ในประเทศเยอรมนี ด้วยความที่มีทั้งคุณพ่อและคุณลุงเป็นนักฟุตบอล ทำให้เด็กๆในบ้านถูกปลูกฝังให้หลงใหลในกีฬาชนิดนี้ 


แม้ว่าพ่อของเขาจะต้องเลิกเล่นฟุตบอลก่อนวัยอันควร ตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี จากอาการป่วย แต่เขาก็คาดหวังกับลูกชายทั้งสองคนว่าต้องไปได้สวยในเส้นทางลูกหนัง


จุดเริ่มต้นในการเล่นฟุตบอลของ ชลอตเตอร์เบ็ค


นิโก เริ่มต้นฝึกฝนทักษะฟุตบอลพร้อมๆกับพี่ชาย ในศูนย์ฝึกฟุตบอลท้องถิ่นใกล้บ้านอย่าง เอสจี ไวน์สตัดท์ จากนั้นพออายุได้ 8 ขวบ เขาผ่านการทดสอบฝีเท้าเข้าร่วมทีมอคาเดมี่ของสโมสรสตุทการ์ท คิกเกอร์ส ซึ่งที่แห่งนี้ทำให้เขาได้เจอกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อ อันโตนิอส ปาปาโดปูลอส อดีตนักเตะของดอร์ทมุนด์ ที่ได้เข้าร่วมทีมพร้อมกัน


นิโก กับ ปาปาโดปูลอส กลายเป็นคู่หูที่เล่นกันได้อย่างรู้ใจ และปักหลักอยู่กับทีมจนกระทั่งอายุ 15 ปี ซึ่งตลอดเส้นทางเขาได้โอกาสท่องโลกกว้างกับการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนในต่างแดน ได้ต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ทั้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส 


สรุปข่าว

นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค เกิดวันที่ 1 ธันวาคม 1999 ที่เมืองไวบลิงเงน ประเทศเยอรมนี เติบโตในครอบครัวนักฟุตบอล ทำให้เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก โดยเริ่มต้นกับทีมเยาวชนท้องถิ่นก่อนพัฒนาฝีเท้าในอคาเดมีหลายสโมสร จนย้ายไปแจ้งเกิดกับ เอสซี ไฟร์บวร์ก และถูกปล่อยยืมไปเก็บประสบการณ์กับ อูนิโอน เบอร์ลิน ในฤดูกาล 2020-21 ซึ่งทำผลงานโดดเด่นและช่วยทีมจบอันดับ 7 ของลีก ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกในยุคของ ฮันซี่ ฟลิค และมีชื่อลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ก่อนที่ปี 2022 จะย้ายร่วมทีมดอร์ทมุนด์ด้วยค่าตัวราว 25 ล้านยูโร ชลอตเตอร์เบ็คกลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของดอร์ทมุนด์ โดยเฉพาะการจับคู่กับ มัตส์ ฮุมเมลส์ จนช่วยพาทีมเข้าชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2023–24 และด้วยสไตล์การเล่นดุดัน แข็งแกร่ง และอ่านเกมดี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปกำลังจับตามองในปัจจุบัน

หนึ่งในกองหลังที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในโลกลูกหนังชั่วโมงนี้คือ นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค ที่ปัจจุบันเป็นปราการเหล็กให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน 


สัญญาของเขามีอยู่กับต้นสังกัดจนถึงฤดูกาลหน้า(2026-27) ไม่แปลกใจที่ ดอร์ทมุนด์ กำลังพยายามอย่างหนักในการต่อสัญญากับแข้งรายนี้ออกไปให้ได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไม่มีความคืบหน้า ทีมมีสิทธิ์เสียนักเตะตัวเก่งออกไปแบบฟรีๆ


ในขณะเดียวกันบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างกำลังที่จะใช้ช่วงรอยต่อตรงนี้เดินหน้าเจรจาซื้อตัวไปร่วมทีม เพราะหากสุดท้ายแล้วไม่มีการต่อสัญญาเกิดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ ดอร์ทมุนด์ อาจจะจำเป็นต้องปล่อยตัวออกไปหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อที่อย่างน้อยๆก็จะได้ค่าตัวไปใช้เสริมนักเตะใหม่เข้ามาทดแทน


เราจึงขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับแข้งรายนี้กันให้มากขึ้น ก่อนที่อนาคตของเขาจะได้บทสรุปในไม่ช้า


ประวัติ นิโก ชลอตเตอร์เบ็ค


นิโก เซดริก ชลอตเตอร์เบ็ค เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ณ เมืองไวบลิงเงน ที่ติดกับสตุทการ์ท ในประเทศเยอรมนี ด้วยความที่มีทั้งคุณพ่อและคุณลุงเป็นนักฟุตบอล ทำให้เด็กๆในบ้านถูกปลูกฝังให้หลงใหลในกีฬาชนิดนี้ 


แม้ว่าพ่อของเขาจะต้องเลิกเล่นฟุตบอลก่อนวัยอันควร ตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี จากอาการป่วย แต่เขาก็คาดหวังกับลูกชายทั้งสองคนว่าต้องไปได้สวยในเส้นทางลูกหนัง


จุดเริ่มต้นในการเล่นฟุตบอลของ ชลอตเตอร์เบ็ค


นิโก เริ่มต้นฝึกฝนทักษะฟุตบอลพร้อมๆกับพี่ชาย ในศูนย์ฝึกฟุตบอลท้องถิ่นใกล้บ้านอย่าง เอสจี ไวน์สตัดท์ จากนั้นพออายุได้ 8 ขวบ เขาผ่านการทดสอบฝีเท้าเข้าร่วมทีมอคาเดมี่ของสโมสรสตุทการ์ท คิกเกอร์ส ซึ่งที่แห่งนี้ทำให้เขาได้เจอกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อ อันโตนิอส ปาปาโดปูลอส อดีตนักเตะของดอร์ทมุนด์ ที่ได้เข้าร่วมทีมพร้อมกัน


นิโก กับ ปาปาโดปูลอส กลายเป็นคู่หูที่เล่นกันได้อย่างรู้ใจ และปักหลักอยู่กับทีมจนกระทั่งอายุ 15 ปี ซึ่งตลอดเส้นทางเขาได้โอกาสท่องโลกกว้างกับการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนในต่างแดน ได้ต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่ทั้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส 


จากนั้นเขาย้ายไปร่วมทีมอาเล่น เป็นเวลา 1 ปี (2014–2015) ซึ่งคุณลุงของเขามองว่านี่เป็นการก้าวถอยหลังของหลานชาย ก่อนที่จะได้โอกาสครั้งใหม่กับการไปร่วมทีมคาร์ลสรูห์ เอสซี ซึ่งเจ้าตัวได้ลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ให้กับทีมชุดU17 ก่อนที่จะพาทีมจบครึ่งบนของตาราง ด้วยผลงานยิงไป 2 ประตู


ด้วยสไตล์การเล่นที่หนัก ดุดัน ทำให้เขามักจะโดนผู้ตัดสินแจกใบเหลืองจนเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังเคยโดนแบนจากการสะสมใบเหลืองครบโควต้า ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 16 ปี


จากนั้นเขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุด U19 และยังคงได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในตำแหน่งกองหลัง และบางครั้งก็ถูกขยับขึ้นไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ตรงกลาง ก่อนจะโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการยิงไปถึง 7 ประตู แบ่งเป็นลูกโหม่ง 3 ประตู แถมยังมี 1 แอสซิสต์อีกด้วย 


ชลอตเตอร์เบ็ค ย้ายร่วมทีมเอสซี ไฟร์บวร์ก


ถึงตรงนี้ชื่อของเขาเริ่มได้รับความสนใจจากทีมในระดับที่สูงขึ้น ก่อนที่ในช่วงซัมเมอร์ปี 2018 จะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมเอสซี ไฟร์บวร์ก ที่โลดแล่นอยู่ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน พร้อมๆกับพี่ชาย 


ชลอตเตอร์เบ็ค ได้รับโอกาสลงสนามนัดแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2019 กับการถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ แฮร์ธา เบอร์ลิน 2-1 จากนั้นเขาและพี่ชายได้โอกาสออกสตาร์ทตัวจริงด้วยการจับคู่ในตำแหน่งกองหลังครั้งแรกในเกมนัดที่ 29 บุกแพ้ เบรเมน 1-2


ฤดูกาล 2019-20 พี่ชายของเขาถูกปล่อยไปร่วมทีมอูนิโอน เบอร์ลิน ที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดด้วยสัญญายืมตัว ขณะที่ นิโก กำลังไปได้สวยกับไฟร์บวร์ก และได้ออกสตาร์ทตัวจริงกับทีมชุดใหญ่ในช่วงแรก 


แต่ด้วยผลงานที่ดร็อปลงไปในเกมที่ 3 ทีมพ่าย โคโลญจน์ 2-1 ทำให้เขาโดนดร็อปและต้องลงไปเล่นในทีมสำรองในดิวิชั่น4 เป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยฝีเท้าที่เกินวัย เขายังมีดีพอที่จะถูกเรียกตัวติดทีมชาติเยอรมัน ชุดU21


เกมสุดท้ายของเขากับไฟร์บวร์ก เกิดขึ้นในศึก เดเอฟเบ โพคาล นัดชิงชนะเลิศที่พบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก แม้ว่าจะพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ แต่ผลงานของเจ้าตัวโดดเด่นจนได้รับรางวัลแมนออฟเดอะแมตช์


อูนิโอน เบอร์ลิน ยืมตัว ชลอตเตอร์ ในฤดูกาล 2020–2021


ถึงเวลาที่ เควิน พี่ชายที่ต้องกลับจากการยืมตัว ทำให้ อูนิโอน เบอร์ลิน ตัดสินใจที่จะเจรจายืมตัวตัวน้องชายอย่าง ชลอตเตอร์เบ็ค ไปแทนที่ ซึ่งในช่วงแรกเขาออกสตาร์ทตัวจริงกับทีมทันที แต่ดันมาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่ต้นขา ทำให้ต้องพักยาวในช่วงครึ่งซีซั่นแรก


หลังหายเจ็บกลับมาในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง เขาสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้อีกครั้ง และเกมที่โคจรมาเจอกับต้นสังกัดของตัวเองอย่างไฟร์บวร์ก ในเลก2 เขามีส่วนสำคัญพาทีมเอาชนะด้วยสกอร์ 1-0 


ฤดูกาลนั้น อูนิโอน เบอร์ลิน เป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ4 ของลีก เหนือทีมแชมป์อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่เสียประตูน้อยเป็นอันดับ5 และพาทีมจบอันดับ7 ของตาราง พร้อมกับได้สิทธิไปแข่งขันในศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก


ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมเขาได้รับการโหวตจากแฟนๆให้เป็นนักเตะเยอรมันที่โดดเด่นที่สุดในประเทศเป็นอันดับ18 ซึ่งแน่นอนว่าถึงตรงนี้ อูนิโอน เบอร์ลิน ดูจะเล็กเกินไปสำหรับฝีเท้าของเขา 


ชลอตเตอร์ ติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ครั้งแรก


ด้วยผลงานที่โดดเด่นทำให้เขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติเยอรมัน ชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกช่วงเดือนกันยายน 2021 ซึ่งเวลานั้นคุมทัพโดย ฮันซี่ ฟลิค ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่อง ที่พบกับ อิสราเอล และเป็น 1 ใน 26 ขุนพลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก2022 ที่ประเทศกาตาร์


โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าตัว ชลอตเตอร์เบ็ค ร่วมทีม


2 พฤษภาคม 2022 สโมสรโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว ชลอตเตอร์เบ็ค มาร่วมทีม ด้วยค่าตัวที่คาดการณ์กันว่าจะสูงถึง 25 ล้านยูโร พร้อมกับสัญญายาว 5 ปี


เพียงแค่ฤดูกาลแรกในทีมเสือเหลือง เขาเกือบที่จะพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา มาครองได้อยู่แล้ว ด้วยเงื่อนไขในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ที่พวกเขาต้องเปิดบ้านเอาชนะ ไมนซ์ 05 ให้ได้สถานเดียวเพื่อที่จะไม่ต้องไปลุ้นผลของ บาเยิร์นฯ 


แต่บทสรุป ดอร์ทมุนด์ ทำได้แค่เสมอด้วยสกอร์ 2-2 ส่วน บาเยิร์นฯ มาได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจาก จามาล มูเซียลา เอาชนะ เอฟซี โคโลญจน์ ส่งผลให้ทัพ "เสือใต้" ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า แถมเป็นการคว้าแชมป์ลีก 11 สมัยติดต่อกัน 


ชลอตเตอร์เบ็ค กับ ดอร์ทมุนด์ กลายเป็นเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ด้วยสไตล์ที่ดุดัน มีความเร็ว กัดไม่ปล่อย ถูกใจแฟนบอลเสือเหลือง


ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขากับต้นสังกัดเกิดขึ้นในฤดูกาล 2023-24 ในการจับคู่กับ มัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังตัวเก๋า ด้วยสถิติอัตราความสำเร็จในการเข้าสกัดสูงถึง 71% และมีตัวเลขแย่งบอลคู่แข่งสำเร็จมากกว่า 240 ครั้ง แถมมีสวนสำคัญพาทีมเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนจะอกหักพ่าย เรอัล มาดริด 0-2 


วันเวลาผ่านไป ชลอตเตอร์เบ็ค ยังคงปักหลักกับทีมด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่เริ่มจับจ้องกับการคว้าตัวไปร่วมทีม


น่าสนใจว่าสถานีต่อไปของเขาจะไปหยุดที่ตรงไหน เพราะดูจากแนวโน้มมีความเป็นไปได้สูงที่ ดอร์ทมุนด์ จะล้มเหลวในการต่อสัญญากับแข้งรายนี้ เพราะด้วยอายุที่มากขึ้น แน่นอนว่าตัวนักเตะก็ต้องการประสบความสำเร็จกับการคว้าแชมป์


ช่วงตลาดซื้อ-ขาย ซัมเมอร์นี้น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายว่าเขาจะอยู่กับสโมสรไหน และที่น่าสนใจคือค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้จะจบที่ตัวเลขเท่าไร เพราะนี่คือกองหลังที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในวงการฟุตบอลชั่วโมงนี้ 


✈️⚽ลุ้นเป็น 10 ผู้โชคดี ที่จะได้เข้าไปอยู่ในโมเมนต์ประวัติศาสตร์ นัดชิงชนะเลิศ UEFA Champions League 2025/26 พร้อมสิทธิ์เข้า Hospitality สุดเอ็กซ์คลูซีฟในสนาม Puskás Aréna ณ ประเทศฮังการี


เพียงสมัครแพ็กเกจ TrueVisions Now ที่ร่วมรายการ ก็มีสิทธิ์ลุ้นบินลัดฟ้าชมนัดชิงฯ ที่ประเทศฮังการี รวม 10 รางวัล (1 รางวัลต่อ 1 ผู้โชคดี) พร้อมลุ้น เสื้อฟุตบอลลิขสิทธิ์แท้จาก 4 ทีมดังทุกสัปดาห์


📍ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม คลิก https://www.truevisions.co.th/luckydraw/uclfinal2026


📍รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.truevisions.co.th/DREAMCOMETRUE


⏰ ระยะเวลากิจกรรม 9 กุมภาพันธ์ 69 – 31 มีนาคม 69

✨ ประกาศผู้โชคดีรางวัลใหญ่ วันที่ 7 เมษายน 69


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


#TrueVisionsNow #NowFootball #Football #UEFAChampionsLeague #NowUCLFinal #DreamComeTrueUCLFinal #TrueVisionsNowSports

ที่มาข้อมูล : wikipedia

ที่มารูปภาพ : X : Borussia Dortmund