
สรุปข่าว
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์แห่งสหรัฐอเมริกา (US Nuclear Regulatory Commission - NRC) ได้อนุมัติและรับรองเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบแยกส่วนขนาดเล็กรุ่นที่ 4 (4th Generation) แบบใหม่เครื่องแรกของบริษัท นิวสเกล (NuScale) โดยบริษัทอ้างว่าตัวเครื่องมีความปลอดภัย และสร้างพลังงานสะอาดได้ โดยจะสามารถลดต้นทุนการผลิตพลังงาน การใช้ที่ดิน และลดเวลาการติดตั้งลงไปอย่างมาก
NRC กำลังออกกฎเกณฑ์เพื่อรับรองแม่แบบเครื่องปฏิกรณ์นิวสเกล สำหรับใช้ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวเป็นแม่แบบ 1 ในแบบเพียง 7 แบบ ที่ได้รับการอนุมัติ นับตั้งแต่ปี 1974 เป็นต้นมา ที่มีการยื่นเสนอแบบเครื่องปฏิกรณ์ต่อ NRC
สำหรับข้อดีของเครื่องปฏิกรณ์แบบแยกส่วนขนาดเล็กอยู่ตรงที่การแยกโครงสร้างออกเป็นโมดูล (Module) แทนที่จะต้องใช้วิธีการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยบริษัทสามารถผลิตโมดูลเครื่องปฏิกรณ์แบบใช้น้ำออกมาจำนวนมากเพื่อขนส่งไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ติดตั้งง่าย ลดต้นทุนการก่อสร้างและเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น
โดยโมดูลทรงกระบอกแต่ละโมดูลมีความสูงประมาณ 20 เมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ 2.7 เมตร และผลิตไฟฟ้าได้ 77 เมกะวัตต์โดยการใช้กังหันไอน้ำ การติดตั้งโมดูลปฏิกรณ์นี้ ตั้งแต่ 4 โมดูลเป็นต้นไป จนถึง 12 โมดูลจะทำให้โรงไฟฟ้าเริ่มทำงาน สร้างพลังงานได้ตั้งแต่ระหว่าง 308 เมกะวัตต์ (MW) ไปจนถึง 924 เมกะวัตต์
นิวสเกลยังกล่าวว่า พลังงานนิวเคลียร์จะเป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้าพื้นฐานที่สำคัญในหลายพื้นที่ และจะมีบทบาทสำคัญสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้มันยังจะช่วยลดต้นทุนลงได้มาก
สำหรับมาตรฐานความปลอดภัย เครื่องปฏิกรณ์นิวสเกล ยังได้รับการออกแบบให้ปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ เหมือนกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นที่ 4 (4th Generation) รุ่นอื่น ๆ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งวาล์วน้ำและวาล์วทางออกไอน้ำจะปิดลงทันทีในกรณีเครื่องทำงานผิดพลาด จากนั้นชุดวาล์วรองจะเปิดขึ้นมาเพื่อลดแรงดันไอน้ำจากแกนเครื่องปฏิกรณ์ ส่งเข้าสู่ถังบรรจุที่อยู่รอบเครื่องปฏิกรณ์ เมื่อไอน้ำนี้ควบแน่น มันจะถูกส่งกลับเข้าไปในแกนกลางและหมุนเวียนผ่านกระบวนการควบแน่นอีกครั้ง จนกว่าแรงดันจะลดลงเป็นปกติ
นิวสเกลกล่าวว่าขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้กระบวนการปิดตัวเกิดขึ้นอย่างปลอดภัย ส่วนกรณีที่หากเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ยังมีขั้นตอนป้องกันขั้นสุดท้ายคือถังเก็บน้ำขนาดยักษ์ที่มีเปลือกหุ้มเป็นคอนกรีตหนาที่คลุมโมดูลเครื่องปฏิกรณ์อยู่ โดยถังเก็บน้ำดังกล่าว ออกแบบมาเพื่อป้องกันเหตุดินไหว และการโจมตีโดยเอาเครื่องบินพุ่งชน
โรงไฟฟ้านิวสเกล มีกำหนดการเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2029 ส่วนที่เหลืออีกหกโมดูลที่ตั้งอยู่ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติ ที่รัฐไอดาโฮ จะเริ่มใช้งานในปี 2030 ซึ่งคาดการณ์ว่า โรงไฟฟ้าทั้งหมดจะผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 462 เมกะวัตต์ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ จะนำไปขายให้กับบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 40 ปี
ที่มาของข้อมูล newatlas.com
ที่มาของรูปภาพ nuscalepower.com
- "COM7" บุกตลาดโซลาร์รูฟ เจาะกลุ่มครัวเรือน แบ่งเค้กมาร์เก็ตแชร์ 60,000 ลบ.
- รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เรียกร้องเอเชียเพิ่มงบประมาณกลาโหมรับมือความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก
- ไบเดนปรากฏตัวครั้งแรกหลังป่วยมะเร็ง เผยเข้ารับการบำบัดแล้วกำลังใจดีเยี่ยม
- ขุนคลังสหรัฐเผยเจรจา "สหรัฐฯ-จีน" สะดุด แนะผู้นำ 2 ชาติ "ทรัมป์-สี จิ้นผิง" โทรคุยตรง
- รัฐบาลทรัมป์ออกคำสั่งให้ระงับสัมภาษณ์ “วีซ่านักเรียนใหม่” มันหมายความว่าอย่างไร และ จะส่งผลกระทบต่อใครบ้าง
- จ่ายเงิน หรือ เป็นรัฐที่ 51 ทรัมป์ให้แคนาดาเลือกถ้าจะใช้ "โกลเดน โดม" สหรัฐฯ
- "EGCO" จ่อ COD ในสหรัฐฯ 7 โครงการ ทะลุ 1,000 เมกะวัตต์ รับดีมานด์ไฟฟ้า Data Center-AI พุ่งต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand