
สรุปข่าว
ธาตุหายาก หรือ Rare Earth ถูกพูดถึงขึ้นหลังสหรัฐฯ แบน บริษัทเทคโนโลยีของจีนอย่าง หัวเว่ย จนทำให้ธาตุหายากจึงถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในแง่ความสำคัญของธาตุหายากที่มีต่อการผลิตชิ้นส่วนสินค้าที่เป็นห่วงโซ่อุปทานต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินสถานการณ์ธาตุหายาก หรือ Rare Earth ดังนี้
ก.พาณิชย์ชี้ จีนอาจจำกัดการส่งแร่ไปสหรัฐฯ
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์กรณีธาตุหายาก (Rare Earth Elements : REEs) สหรัฐฯ-จีน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่จีนอาจมีมาตรการจำกัดการส่งออกธาตุหายากไปยังสหรัฐฯ หลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่มชื่อของบริษัทหัวเว่ย (Huawei) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน เข้าไปในรายชื่อบริษัทที่บริษัทอเมริกันไม่สามารถทำการค้าขายด้วยได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล
Rare Earth สำคัญต่อการผลิตสินค้า
ธาตุหายากมีความสำคัญในการใช้ผลิตสินค้าที่เป็นห่วงโซ่อุปทาน ทั้งเพื่อการบริโภค การอุตสาหกรรม การทหาร การผลิตสมาร์ทโฟน เครื่องมือการสื่อสาร การผลิตแบตเตอรี รวมถึงเครื่องบินขับไล่ รถยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนของอากาศยาน โดยในปี 2561 ประเทศที่สามารถผลิตแร่หายากได้มากที่สุดคือ จีน สัดส่วนร้อยละ 70.59 ของการผลิตโลก รองลงมา ได้แก่ ออสเตรเลีย ร้อยละ 11.76 และ สหรัฐฯ ร้อยละ 8.82 ในขณะที่ไทยมีกำลังการผลิตเป็นลำดับที่ 8 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.59 (กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่สหรัฐอเมริกา, 2562)
ในส่วนของการนำเข้าแร่หายากของสหรัฐฯ กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey: USGS) รายงานว่า ในช่วงปี 2557-2560 สหรัฐฯ นำเข้าแร่หายากจากจีนถึงร้อยละ 80 รองลงมาเป็นเอสโตเนีย ร้อยละ 6 ฝรั่งเศส ร้อยละ 3 และญี่ปุ่น ร้อยละ 3 และในปี 2561 สหรัฐฯ นำเข้าแร่หายากจากจีน คิดเป็นมูลค่ารวม 113.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
จีนใช้ Rare Earth เป็นเครื่องต่อรองสงครามการค้า
การจะใช้แร่หายากเป็นข้อต่อรองในสงครามการค้าของจีน เป็นประเด็นที่สหรัฐฯ ได้คาดการณ์ไว้บ้างแล้ว ซึ่งจีนเคยลดโควตาส่งออกแร่หายากให้ญี่ปุ่น ในปี 2553 และเคยลดการส่งออกแร่หายากให้สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ในปี 2555 ดังนั้นหากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากไปสหรัฐฯ จริง ในระยะสั้นอาจไม่กระทบต่อสหรัฐฯ มากนัก เนื่องจากยังคงมีแร่หายากสำรองไว้อยู่
แต่ในระยะยาวการที่จีนลดการส่งออกลง อาจทำให้ราคาสูงขึ้น เป็นปัจจัยกระตุ้นให้สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ หันไปทำเหมืองแร่เอง แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีการพึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนค่อนข้างสูงในหลายสินค้า แต่ในภาพรวมการผลิตแร่หายากพบว่ามีหลายประเทศที่สามารถผลิตได้และส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพื่อทดแทนจีน ดังนั้น การที่จีนจะระงับส่งออก Rare earth ไปสหรัฐฯ จึงยังไม่เป็นเงื่อนไขหลักที่จะทำให้สหรัฐฯ จะรีบทำข้อตกลงการค้ากับจีน
สหรัฐฯต้องเร่งหาทางแก้
การป้องกันปัญหาที่จะตามมาของสหรัฐฯ คือ การหาแหล่งนำเข้าแร่หายากจากประเทศอื่นเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากจีนและพันธมิตร ซึ่งสหรัฐฯ อาจเร่งเจรจากับประเทศอื่นๆ ที่มีกำลังการผลิตรองลงมา หรือทางหนึ่งสหรัฐฯ อาจต้องฟื้นฟูอุตสาหกรรมผลิตแร่หายากในประเทศที่ถูกปิดลงเนื่องจากกฎหมายที่เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม ในส่วนของจีนก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในผู้บริโภครายใหญ่ อย่างไรก็ตามจีนก็มีปัญหาในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในหลายด้าน
ไทยมีโอกาส?
สำหรับประเทศไทยในปีที่ผ่านมา 2561 ไทยส่งออกรายการสินค้าในกลุ่มแร่หายากไปตลาดโลกมูลค่ารวม 54.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ไทยอาจมีโอกาสทดแทนจีนในสินค้าโลหะแรร์เอิร์ท สแคนเดียมและอิตเทรียม โดยจะผสมระหว่างกันหรือระหว่างโลหะเจือของโลหะดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม และสารแร่ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่นๆ ซึ่งสองรายการดังกล่าว ไทยส่งออกไปตลาดโลกรวม 42.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่สหรัฐฯ นำเข้าจากจีนรวม 9.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ดังนั้นหากสหรัฐฯ มีความจำเป็นต้องหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม ไทยอาจเป็นตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีและทำให้สหรัฐฯ ไม่เพ่งเล็งในการใช้มาตรการทางการค้ากับไทยได้
- มาริษย้ำจีนไม่ได้เสนอตัวเป็นกลางไกล่เกลี่ยปัญหาไทย-กัมพูชา พร้อมถกรูบิโอกรณีภาษีทรัมป์
- ในอนาคต อีก 75 ปี หน้าตาประชากรโลกจะเป็นอย่างไร ?
- "มาริษ" ย้ำ จีนไม่ได้เสนอเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยไทย-กัมพูชา
- หวัง อี้ เผย จีนเป็นประเทศหุ้นส่วนที่พึ่งพาได้มากที่สุดของอาเซียน
- “เจ๊หงส์”-“ลุงแดง” แห่งหนานหนิง ลวงชายหลับนอน 1,691 คน สะท้อนอะไรในสังคมจีน?
- พิษภาษีทรัมป์ ชาวอเมริกันเจอสินค้าแพง
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand