แม้จะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ไม่สามารถขายชิป AI ให้กับจีนได้ แต่บริษัท Nvidia ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดหุ้น ด้วยราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นกว่า 4% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 154.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น หุ้นละ 5,610 บาท
ซึ่งเป็นราคาสถิติใหม่สูงสุด นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของ Nvidia แตะระดับ 3.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 138.78 ล้านล้านบาท แซงหน้า Microsoft และ Apple ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก
นักลงทุนยังคงเชื่อมั่น
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบทบาทผู้นำของ Nvidia ในยุค AI โดยเฉพาะในตลาดหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่และระบบปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ ทั่วโลก
เทคโนโลยีของ Nvidia ยังไม่มีคู่แข่งใดในตลาดสามารถเทียบได้ โดยเฉพาะชิป H100 และ Blackwell ที่เป็นแกนหลักของการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็น “หัวใจของโครงสร้างพื้นฐาน AI” ในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลของ Microsoft, Google, Amazon หรือ OpenAI ต่างต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์ของ Nvidia ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทผู้นำที่นักลงทุนเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง
สรุปข่าว
แม้จะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ไม่สามารถขายชิป AI ให้กับจีนได้ แต่บริษัท Nvidia ยังคงสร้างปรากฏการณ์ในตลาดหุ้น ด้วยราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นกว่า 4% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 154.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น หุ้นละ 5,610 บาท
ซึ่งเป็นราคาสถิติใหม่สูงสุด นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมของ Nvidia แตะระดับ 3.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 138.78 ล้านล้านบาท แซงหน้า Microsoft และ Apple ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก
นักลงทุนยังคงเชื่อมั่น
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบทบาทผู้นำของ Nvidia ในยุค AI โดยเฉพาะในตลาดหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่และระบบปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ ทั่วโลก
เทคโนโลยีของ Nvidia ยังไม่มีคู่แข่งใดในตลาดสามารถเทียบได้ โดยเฉพาะชิป H100 และ Blackwell ที่เป็นแกนหลักของการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ ส่งผลให้บริษัทกลายเป็น “หัวใจของโครงสร้างพื้นฐาน AI” ในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลของ Microsoft, Google, Amazon หรือ OpenAI ต่างต้องพึ่งพาฮาร์ดแวร์ของ Nvidia ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทผู้นำที่นักลงทุนเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง
บริษัทยังทำรายได้ดี
แม้ Nvidia จะสูญเสียโอกาสทางการค้าในจีน มูลค่าประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 293,000 ล้านบาท และต้องตัดสินค้าคงคลังลงกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 165,000 ล้านบาท จากข้อจำกัดของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่บริษัทกลับสามารถขยายฐานรายได้จากตลาดอื่น ๆ ได้อย่างโดดเด่น
โดยรายงานผลประกอบการล่าสุดระบุว่า รายได้ไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 69% จากปีก่อน และกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก เติบโตถึง 73% โดยนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้รวมในปีงบประมาณนี้จะเพิ่มขึ้นกว่า 53% แตะเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.32 ล้านล้านบาท
เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia กล่าวยอมรับว่า ตลาดจีนซึ่งมีมูลค่าถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ “ถูกปิดกั้นอย่างแท้จริง” แต่บริษัทก็พร้อมเดินหน้าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ โดยชี้ว่า "หุ่นยนต์" คือโอกาสเติบโตถัดไปที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ AI
แม้ข้อจำกัดทางการค้าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ แต่การปรับกลยุทธ์และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดอื่น คือ คำตอบว่าทำไม Nvidia จึงสามารถก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกได้ในวันนี้
- Microsoft เปิดตัว "Mu" โมเดล AI ขนาดเล็ก รองรับการประมวลผลบนอุปกรณ์ Windows 11 โดยไม่ง้อคลาวด์
- ลือ Meta เคยเจรจาซื้อกิจการบริษัท Runway ก่อนลงทุนมหาศาลในบริษัท Scale AI
- วิศวกรอิตาลีพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ติดเจ็ตแพ็ค "iRonCub3" บินได้จริงครั้งแรก
- ไทยย้ำจุดยืนผู้นำการขับเคลื่อน AI บนเวทีโลก ใน "Bangkok AI Week 2025" มหกรรม AI ระดับชาติ
- ลือ Apple สนใจซื้อกิจการ Perplexity AI แกร่งด้าน AI และลดพึ่งพา Google
- Nvidia จับมือ Foxconn เตรียมนำหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เข้าสู่สายการผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI ที่โรงงานใหม่ในฮูสตัน
- Meta ผนึกกำลัง Oakley เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ “Oakley Meta HSTN” บันทึกวิดีโอ 3K ราคาเริ่ม 13,000 บาท
ที่มาข้อมูล : https://www.cnbc.com/2025/06/25/nvidia-shares-head-for-record-close-wall-street-shrugs-off-china-.html
ที่มารูปภาพ : Reuters

