ทรัมป์ลงนามคำสั่งฯ เตรียมส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2028

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์ลงนามคำสั่งฯ เตรียมส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2028

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 47 ได้ลงนามในคำสั่งด้านนโยบายอวกาศฉบับสำคัญ ณ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คำสั่งดังกล่าวกำหนดเป้าหมายให้สหรัฐอเมริกาส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2028 พร้อมย้ำแนวนโยบายด้านการกำกับดูแลความมั่นคงในอวกาศ และการปกป้องอวกาศจากภัยคุกคามทางอาวุธที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สรุปข่าว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งด้านนโยบายอวกาศ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 ณ ทำเนียบขาว ตั้งเป้าส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์ภายในปี 2028 พร้อมแผนสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ในปี 2030 และปรับโครงสร้างหน่วยงานอวกาศผ่านความร่วมมือกับบริษัทเอกชนในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสริมความมั่นคงในอวกาศของประเทศ ทัดเทียมคู่แข่งอย่างจีนและประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 47 ได้ลงนามในคำสั่งด้านนโยบายอวกาศฉบับสำคัญ ณ ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คำสั่งดังกล่าวกำหนดเป้าหมายให้สหรัฐอเมริกาส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2028 พร้อมย้ำแนวนโยบายด้านการกำกับดูแลความมั่นคงในอวกาศ และการปกป้องอวกาศจากภัยคุกคามทางอาวุธที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

คำสั่งดังกล่าวใช้ชื่อว่า “Ensuring American Space Superiority” หรือ การสร้างความเหนือกว่าทางอวกาศของสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาความเป็นผู้นำและความได้เปรียบของสหรัฐฯ ในทุกมิติของกิจกรรมด้านอวกาศ

เนื้อหาในคำสั่งระบุอย่างชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาต้องส่งนักบินอวกาศขึ้นไปยังดวงจันทร์ให้ได้ก่อนสิ้นสุดวาระที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในปี 2028 พร้อมทั้งวางรากฐานสำหรับการจัดตั้งฐานถาวรบนดวงจันทร์ภายในปี 2030

โดยคำสั่งฉบับนี้ออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลัง จาเร็ด ไอแซกแมน (Jared Isaacman) มหาเศรษฐีและนักบินอวกาศเอกชนได้เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การนาซา(NASA) คนที่ 15 ซึ่งทรัมป์หวังให้มีการขับเคลื่อนแผนโครงการไปสู่ดวงจันทร์และโครงการอวกาศอื่น ๆ ร่วมกับภาคเอกชนได้อย่างเข้มแข็ง

ในด้านความมั่นคงในอวกาศ ทรัมป์ได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน และหน่วยข่าวกรองรับผิดชอบยุทธศาสตร์ป้องกันภัยจากอวกาศ พร้อมกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัย รุนแรงและระบบตรวจจับภัยคุกคามจากนอกโลก

โดยอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ การยุบคณะกรรมการอวกาศและโอนหน้าที่ประสานงานไปอยู่ที่ สำนักงานนโยบายเทคโนโลยีของทำเนียบขาว เพื่อให้การตัดสินใจและดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนแผนดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีจากภาคเอกชนเป็นหลัก โดยเฉพาะยาน สตาร์ชิป (Starship) ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ซึ่งถูกวางบทบาทเป็นองค์ประกอบสำคัญของภารกิจนำมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์ อย่างไรก็ตาม โครงการยังเผชิญความท้าทายสำคัญ ทั้งในด้านกรอบระยะเวลา การทดสอบระบบ และมาตรฐานความปลอดภัย ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะสามารถเร่งเครื่องขึ้นนำจีนและประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ในการแข่งขันด้านอวกาศระดับโลกได้อีกครั้ง

ที่มาข้อมูล : https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2025/12/ensuring-american-space-superiority/

ที่มารูปภาพ : The White House

sticky-bar-top