
ประเทศจีนเตรียมพร้อมสำหรับก้าวสำคัญในโครงการสำรวจอวกาศ โดยมีกำหนดการส่งภารกิจ Chang'e 7 ไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อค้นหาแหล่งน้ำและทรัพยากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ในระยะยาว
สรุปข่าว
จีนเตรียมส่งภารกิจ Chang'e 7 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อสำรวจน้ำแข็งและทรัพยากรบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ด้วยอุปกรณ์ครบวงจร 4 ส่วน โดยเป็นความร่วมมือนานาชาติรวมถึงประเทศไทย เพื่อวางรากฐานการสร้างสถานีวิจัยนานาชาติ (ILRS) และปูทางสู่การส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ก่อนปี 2030
ประเทศจีนเตรียมพร้อมสำหรับก้าวสำคัญในโครงการสำรวจอวกาศ โดยมีกำหนดการส่งภารกิจ Chang'e 7 ไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อค้นหาแหล่งน้ำและทรัพยากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ในระยะยาว
ภารกิจสำรวจแบบครบวงจร ยาน Chang'e 7 จะประกอบไปด้วยอุปกรณ์สำรวจหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ยานโคจร (orbiter), ยานลงจอด (lander), รถสำรวจ (rover) และ ยานสำรวจขนาดเล็กแบบบินได้หรือ "ฮอปเปอร์" (mini-flying probe/hopper), โดยภารกิจนี้จะบรรทุกเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์รวมทั้งสิ้น 18 ชิ้น เพื่อทำการสำรวจทั้งจากระยะไกลและในพื้นที่จริง
เป้าหมายสำคัญของภารกิจคือการสำรวจบริเวณ ปล่องภูเขาไฟแช็คเคิลตัน (Shackleton Crater) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์, พื้นที่นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากมี บริเวณที่มืดมิดตลอดกาล (Permanently Shadowed Regions หรือ PSRs) ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งสะสมของน้ำแข็ง, ยานฮอปเปอร์จะถูกใช้เพื่อเข้าไปสำรวจในพื้นที่มืดมิดเหล่านี้โดยตรง เพื่อวิเคราะห์ปริมาณและต้นกำเนิดของโมเลกุลน้ำในดินดวงจันทร์
ความร่วมมือระหว่างประเทศรวมถึงไทยภารกิจ Chang'e 7 ไม่ได้เป็นเพียงความพยายามของจีนเพียงลำพัง แต่ยังมีการบรรทุกอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จากนานาประเทศ อาทิ รัสเซีย อียิปต์ บาห์เรน อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศไทย
โดยประเทศไทยได้ส่งมอบอุปกรณ์วิจัยที่ชื่อว่า CE-7 MATCH หรือ Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) และ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน เพื่อติดตั้งไปกับยานโคจรรอบดวงจันทร์ (Orbiter) ในภารกิจ Chang'e 7 นี้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีกล้องโทรทรรศน์มุมกว้าง (ILO-C) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยฮ่องกงและสมาคมหอสังเกตการณ์ดวงจันทร์นานาชาติ (ILOA) จากฮาวาย เพื่อบันทึกภาพระนาบดาราจักรจากพื้นผิวดวงจันทร์
โดยประเทศไทยได้ส่งมอบอุปกรณ์วิจัยที่ชื่อว่า CE-7 MATCH หรือ Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) และ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน เพื่อติดตั้งไปกับยานโคจรรอบดวงจันทร์ (Orbiter) ในภารกิจ Chang'e 7 นี้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีกล้องโทรทรรศน์มุมกว้าง (ILO-C) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยฮ่องกงและสมาคมหอสังเกตการณ์ดวงจันทร์นานาชาติ (ILOA) จากฮาวาย เพื่อบันทึกภาพระนาบดาราจักรจากพื้นผิวดวงจันทร์
ก้าวสำคัญสู่การส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าจีนอาจก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นในด้านการสำรวจขั้วใต้ดวงจันทร์อย่างน้อย 1 ปี หรืออาจจะหลายปี, โดยภารกิจ Chang'e 7 นี้จะเป็นรากฐานสำคัญให้กับ สถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ (International Lunar Research Station - ILRS) ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างจีน รัสเซีย และพันธมิตรอื่นๆ
หลังจากภารกิจนี้ จีนมีแผนจะส่งยาน Chang'e 8 ในปี 2028 เพื่อทดสอบเทคโนโลยีการสร้างที่พักอาศัยจากดินดวงจันทร์ และ ตั้งเป้าที่จะส่งมนุษย์ไปลงจอดบนดวงจันทร์ให้ได้ก่อนปี 2030, ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างสถานีวิจัยที่สามารถใช้พลังงานและระบบสื่อสารได้เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อแผนการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารในอนาคตด้วย
- ระเบิดนิวเคลียร์อาจลูกละ 640 ล้านบาท แต่เฉพาะต้นทุนการผลิต ส่วนค่ารักษาสภาพไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาท
- จีนปล่อยจรวดไปอวกาศ 92 ครั้ง ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 37% เป้าต่อไปคือดันจรวดใช้ซ้ำเอกชน - สำรวจดวงจันทร์
- 2026 ปีแห่งการจารึกประวัติศาสตร์ มนุษยชาติกับการหวนคืนสู่ดวงจันทร์ในรอบกึ่งศตวรรษ
- ไทย-กัมพูชาจะเจรจากันต่อหลังจบเจรจาที่จีน
- จีนจะเก็บภาษีเนื้อวัวเกินโควตา 55% กับบราซิล ออสเตรเลีย สหรัฐฯ เริ่มทันที

