
งานวิจัยด้านชีววิทยาวิวัฒนาการล่าสุดเปิดเผยความสามารถอันน่าทึ่งของหนูชรูว์ธรรมดา หรือ โซเร็กซ์ อะราเนียส (Sorex araneus) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สามารถลดขนาดสมองของตนเองลงได้มากถึง 30% ในช่วงฤดูหนาว เพื่อประหยัดพลังงานเมื่ออาหารขาดแคลน และสามารถ งอกสมองกลับคืนมาได้อย่างสมบูรณ์เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ โดยไม่สูญเสียเซลล์ประสาทถาวร
สรุปข่าว
งานวิจัยด้านชีววิทยาวิวัฒนาการล่าสุดเปิดเผยความสามารถอันน่าทึ่งของหนูชรูว์ธรรมดา หรือ โซเร็กซ์ อะราเนียส (Sorex araneus) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สามารถลดขนาดสมองของตนเองลงได้มากถึง 30% ในช่วงฤดูหนาว เพื่อประหยัดพลังงานเมื่ออาหารขาดแคลน และสามารถ งอกสมองกลับคืนมาได้อย่างสมบูรณ์เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ โดยไม่สูญเสียเซลล์ประสาทถาวร
นักวิจัยเรียกความสามารถพิเศษของหนูชรูว์ว่า ปรากฏการณ์เดห์เนล (Dehnel’s phenomenon) ซึ่งตั้งชื่อตาม ออกัสต์ เดห์เนล (August Dehnel) นักสัตววิทยาชาวโปแลนด์ ผู้ค้นพบปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1949 และถือเป็นการปรับตัวที่พบได้ยากอย่างยิ่งในโลกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
สำหรับปรากฏการณ์เดห์เนลนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในหนูชรูว์เท่านั้น แต่ยังพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีระบบเผาผลาญสูงและไม่จำศีล เช่น ตัวตุ่นยุโรป (Talpa europaea), พังพอนธรรมดา (Mustela nivalis) และ พังพอนปากยาว (Mustela erminea)
นักวิทยาศาสตร์ศึกษาต่อยอดข้อมูลจากการค้นพบของออกัสต์ เดห์เนล (August Dehnel) และงานวิจัยก่อนหน้านี้ และพบว่าหนูชรูว์ต้องใช้กลไกสุดขั้วเพื่อลดความต้องการพลังงานของอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงที่สุดอย่างสมอง โดย วิลเลียม โทมัส (William Thomas) นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยสโตนีบรูก (Stony Brook University) สหรัฐอเมริกา ได้นำทีมศึกษาการทำแผนที่จีโนมทั้งหมดของหนูชรูว์ธรรมดา และเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นที่มีปรากฏการณ์เดห์เนล เพื่อค้นหากลไกทางพันธุกรรมที่ทำให้สมองสามารถหดและฟื้นกลับได้อย่างปลอดภัย
ทีมงานวิจัยพบว่าการแสดงออกของยีนในสมองหนูชรูว์เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์ประสาทและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ผลการศึกษาพบว่า หนูชรูว์มีการแสดงออกของยีนที่ชื่อว่า VEGFA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการซึมผ่านของเยื่อกั้นเลือด-สมอง (Blood–Brain Barrier) อาจช่วยให้สมองได้รับสารอาหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงพลังงานจำกัด
นอกจากนี้ จีโนมของหนูชรูว์ยังอุดมไปด้วยยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม DNA การมีอายุยืนยาว และการควบคุมสมดุลน้ำ สนับสนุนสมมติฐานที่ว่าสมองที่หดเล็กลงนั้นเกิดจากการสูญเสียน้ำชั่วคราว ไม่ใช่การตายของเซลล์ประสาท นักวิจัยระบุว่านี่ คือ ระบบที่ได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียด ซึ่งช่วยให้สมองสามารถหดตัวและขยายกลับได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแบบเดียวกับโรคทางระบบประสาทเสื่อม
ในขณะที่ ออโรร่า รุยซ์-เฮอร์เรรา (Aurora Ruiz-Herrera) นักชีววิทยาเซลล์จากมหาวิทยาลัยอิสระแห่งบาร์เซโลนา (Autonomous University of Barcelona) ชี้ว่า การค้นพบนี้อาจนำไปสู่การระบุตัวบ่งชี้ทางชีวภาพและเป้าหมายใหม่ในการรักษาโรคสมองเสื่อมในมนุษย์ แม้จะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับมนุษย์ก็ตาม
งานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Biology and Evolution ของ Oxford University Press เมื่อต้นปี 2026 และกำลังถูกจับตามองในฐานะกุญแจสำคัญสู่ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมองมนุษย์ในอนาคต
- วิจัยชี้ไข่เลือกอสุจิ ไม่ใช่แค่เร็วแต่ DNA ต้องเข้ากันได้ด้วย
- หมึกแวมไพร์จากนรกกุญแจไขอดีต 300 ล้านปี แชมป์จีโนมใหญ่ที่สุดในกลุ่มเซฟาโลพอด
- เลื่อนปล่อยภารกิจ Ax-4 หลังพบการรั่วของออกซิเจนเหลว (LOx) ขณะตรวจสอบระบบ
- เปิดตัว visionOS 26 พร้อมฟีเจอร์ใหม่ยกระดับ Apple Vision Pro
- จีนเคลมยิงสัญญาณควอนตัม (Quantum Information Link) ไปแอฟริกาใต้ ทำสถิติไกลสุดในโลก 12,900 กม.
ที่มาข้อมูล : Institute of Animal Behavior
ที่มารูปภาพ : Institute of Animal Behavior

