NASA ใช้ AI ขับเคลื่อนยาน Perseverance บนดาวอังคารอัตโนมัติ 2 วันเต็ม

Share on Line Share on Facebook Share on X
NASA ใช้ AI ขับเคลื่อนยาน Perseverance บนดาวอังคารอัตโนมัติ 2 วันเต็ม

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการสำรวจอวกาศ เมื่อยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติโดยปราศจากการควบคุมจากมนุษย์เป็นเวลา 2 วันเต็ม ทำสถิติระยะทางรวม 456 เมตร (1,496 ฟุต) ในเดือนธันวาคม 2025 

สรุปข่าว

ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ของ NASA ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วยระบบ AI นาน 2 วันเต็ม ทำระยะทางกว่า 456 เมตรบนดาวอังคาร โดยใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ช่วยวิเคราะห์เส้นทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เอง เทคโนโลยีนี้ช่วยทลายข้อจำกัดด้านความล่าช้าของการสื่อสารระหว่างโลกและอวกาศ ทั้งยังเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ไททันและการตั้งถิ่นฐานบนดาวเคราะห์ดวงอื่นในอนาคต

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการสำรวจอวกาศ เมื่อยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติโดยปราศจากการควบคุมจากมนุษย์เป็นเวลา 2 วันเต็ม ทำสถิติระยะทางรวม 456 เมตร (1,496 ฟุต) ในเดือนธันวาคม 2025 

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ โดยทีมงานได้ใช้ AI ที่มีพื้นฐานมาจากโมเดล Claude ของบริษัท Anthropic สหรัฐอเมริกา ในการวิเคราะห์ภาพถ่ายจากวงโคจร (Orbital images) และแบบจำลองความสูงของพื้นที่ เพื่อระบุจุดอันตรายต่าง ๆ เช่น หลุมทราย ทุ่งหิน และชั้นหินแข็ง

หลังจากนั้น AI จึงสร้างเส้นทางเดินรถที่ปลอดภัยและกำหนดจุดอ้างอิง (Waypoints) ส่งให้ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ดำเนินการขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

จาเรด ไอแซกแมน (Jared Isaacman) ผู้บริหารของนาซา กล่าวว่า "การสาธิตครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าขีดความสามารถของเราก้าวหน้าไปไกลเพียงใด และเปิดกว้างวิธีการที่เราจะสำรวจโลกอื่น เทคโนโลยีอัตโนมัติเช่นนี้จะช่วยให้ภารกิจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบสนองต่อภูมิประเทศที่ท้าทาย และเพิ่มผลตอบแทนทางวิทยาศาสตร์เมื่อระยะทางจากโลกเพิ่มมากขึ้น"

เบื้องหลังความสำเร็จและการทดสอบ ก่อนที่คำสั่งชุดนี้จะถูกส่งไปยังดาวอังคาร ทีมวิศวกรได้ทำการทดสอบกับยานฝาแฝดของเพอร์เซเวียแรนซ์ ซึ่งเป็นแบบจำลองทางวิศวกรรมที่เรียกว่า VSTB (Vehicle System Test Bed) ณ ห้องปฏิบัติการ Jet Propulsion Laboratory (JPL) บนโลกที่สหรัฐอเมริกา เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย

วันดี เวอร์มา (Vandi Verma) นักหุ่นยนต์อวกาศจาก JPL อธิบายว่า "เทคโนโลยี Generative AI กำลังแสดงให้เห็นถึงความหวังในการปรับปรุงเสาหลักของการนำทางนอกโลก ได้แก่ การรับรู้สภาพแวดล้อม (Perception), การระบุตำแหน่ง (Localization) และการวางแผนควบคุม (Planning and control) ซึ่งจะช่วยลดภาระงานของผู้ควบคุมยานและช่วยให้ยานสำรวจสามารถเดินทางได้ในระยะทางระดับกิโลเมตรในอนาคต"

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการสื่อสาร ความจำเป็นในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัตินั้นเกิดจากข้อจำกัดด้านการสื่อสาร เนื่องจากสัญญาณระหว่างโลกและดาวอังคารมีความล่าช้า (Delay) ประมาณ 25 นาทีในการส่งไป-กลับ ทำให้การควบคุมยานแบบเรียลไทม์เป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยังคงอยู่ คือ ความไม่แน่นอนของตำแหน่งยานที่เพิ่มขึ้นเมื่อยานเดินทางไกลออกไปโดยไม่มีมนุษย์ช่วยระบุพิกัด ซึ่งนาซากำลังเร่งพัฒนา AI เพื่อช่วยให้ยานสามารถระบุตำแหน่งของตัวเองใหม่ (Re-localize) ได้โดยเทียบภาพถ่ายภาคพื้นดินกับภาพจากวงโคจร

เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสำรวจดาวอังคารเท่านั้น แต่ยังจะเป็นรากฐานสำคัญให้กับภารกิจ Dragonfly ที่จะส่งโดรนไปสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ รวมถึงการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคตอีกด้วย  

ที่มาข้อมูล : NASA

ที่มารูปภาพ : NASA

sticky-bar-top