เครื่องบิน F-15E จำนวน 3 ลำถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศคูเวตยิงสกัดโดยไม่ได้ตั้งใจ (Friendly Fire)

Share on Line Share on Facebook Share on X
เครื่องบิน F-15E จำนวน 3 ลำถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศคูเวตยิงสกัดโดยไม่ได้ตั้งใจ (Friendly Fire)

วันที่ 2 มีนาคม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันเหตุการณ์ เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตยิงตกโดยไม่ได้ตั้งใจ (Friendly Fire) ขณะปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าคูเวต โชคดีที่นักบินและลูกเรือทั้งหมด 6 นาย สามารถดีดตัวออกจากเครื่องและปลอดภัย 

สรุปข่าว

เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตยิงสกัดโดยไม่ได้ตั้งใจ ระหว่างปฏิบัติภารกิจสนับสนุนปฏิบัติการ Epic Fury ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบกับอิหร่าน โดยนักบินและลูกเรือรวม 6 นายสามารถดีดตัวและได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้เมือง Al Jahra ไม่ไกลจากฐานทัพอากาศ Ali Al Salem Air Base ขณะนี้ทั้งสหรัฐฯ และคูเวตกำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจนับเป็นการสูญเสียเครื่องบินครั้งแรกของปฏิบัติการดังกล่าว

วันที่ 2 มีนาคม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันเหตุการณ์ เครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตยิงตกโดยไม่ได้ตั้งใจ (Friendly Fire) ขณะปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าคูเวต โชคดีที่นักบินและลูกเรือทั้งหมด 6 นาย สามารถดีดตัวออกจากเครื่องและปลอดภัย 

โดยคาดว่าการยิงพวกเดียวกันเองเกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินรบทั้ง 3 ลำกำลังบินสนับสนุนปฏิบัติการ Epic Fury และกำลังมีสถานการณ์การสู้รบที่ดุเดือด ซึ่งรวมถึงการโจมตีจากเครื่องบิน ขีปนาวุธทิ้งตัว และโดรนของทางอิหร่าน ส่งผลให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดความสับสนและยิงสกัดเครื่องบินขับไล่ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ จนร่วงลงมา

ภาพวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นภาพเหตุการณ์ขณะที่เครื่องบิน F-15E Strike Eagle กำลังควงสว่านตกลงมาจากท้องฟ้า พร้อมกับมีไฟลุกไหม้บริเวณส่วนหางของเครื่อง โดยมีการตรวจสอบพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geolocation) ของวิดีโอชิ้นหนึ่ง พบว่าเครื่องบินตกบริเวณใกล้กับเมืองอัล จาห์รา (Al Jahra) ประเทศคูเวต

ขณะที่สำนักข่าว CNN รายงานว่าจุดตกนั้นอยู่ห่างจากฐานทัพอากาศ Ali Al Salem ของคูเวตในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตร นอกจากนี้ ลวดลายบนหมวกของหนึ่งในลูกเรือที่ปรากฏในภาพถ่าย ยังตรงกับของฝูงบินขับไล่ที่ 335 (335th Fighter Squadron) ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศเซย์มัวร์ จอห์นสัน (Seymour Johnson) ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ที่ถูกส่งเข้ามาทำภารกิจสนับสนุนปฏิบัติการ Epic Fury

ทางด้านกระทรวงกลาโหมคูเวตได้ออกแถลงการณ์ยืนยันอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินขั้นตอนการค้นหาและกู้ภัยในทันที ลูกเรือทั้งหมดได้รับการอพยพและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจรักษา ซึ่งขณะนี้ทุกคนมีอาการทรงตัวและปลอดภัยดี แถลงการณ์นี้สอดคล้องกับฝั่ง CENTCOM ที่ระบุว่านักบินทั้ง 6 นาย ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณกองกำลังป้องกันตนเองของคูเวตสำหรับความช่วยเหลือในเหตุการณ์นี้

เว็บไซต์ The War Zone สื่อด้านเทคโนโลยีอาวุธชั้นนำได้เปิดเผยว่า พื้นที่สู้รบในบริเวณดังกล่าวมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุยิงพวกเดียวกันเอง เนื่องจากมีจำนวนขีปนาวุธและโดรนที่อิหร่านยิงเข้ามาทางตะวันตกเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการจราจรทางอากาศที่หนาแน่นของเครื่องบินรบพันธมิตร

ขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและคูเวตกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยทางการคูเวตระบุว่าได้มีการประสานงานโดยตรงและใช้มาตรการทางเทคนิคร่วมกับกองกำลังของสหรัฐฯ แล้ว หากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ นี่นับเป็นการสูญเสียเครื่องบินรบของกองกำลังผสมครั้งแรกในปฏิบัติการ Epic Fury ครั้งนี้ 

ที่มาข้อมูล : U.S. States Air Force

ที่มารูปภาพ : U.S. States Air Force

แท็กบทความ

EpicFuryRoaring Lion
B2Spirit
GBU31
JDAM
US Air Force
TNN Tech