รู้จักเรือบรรทุกโดรนอิหร่าน Shahid Bagheri ในปฏิบัติการ Epic Fury อิสราเอล อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้จักเรือบรรทุกโดรนอิหร่าน Shahid Bagheri ในปฏิบัติการ Epic Fury อิสราเอล อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา

ในระหว่างปฏิบัติการทางอากาศ กองทัพสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อขีดความสามารถทางยุทธวิธีทางเรือของอิหร่าน โดยมีการยืนยันการจมเรือรบขนาดใหญ่หลายลำภายใต้ ปฏิบัติการ Epic Fury (Operation Epic Fury) ที่กำลังดำเนินอยู่ 

สรุปข่าว

กองทัพสหรัฐฯ ภายใต้ปฏิบัติการ Epic Fury ยืนยันการจมเรือบรรทุกโดรน Shahid Bagheri ของอิหร่าน พร้อมสร้างความเสียหายต่อเรือรบหลายลำ รวมถึงเรือฐานปฏิบัติการ IRIS Makran และเรือคอร์เวตชั้น Jamaran ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ระบุว่าเรืออิหร่านถูกทำลายรวม 10 ลำ ส่งผลให้ขีดความสามารถทางเรือของอิหร่านในอ่าวโอมานลดลงอย่างหนัก และถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของกองทัพเรืออิหร่าน

ในระหว่างปฏิบัติการทางอากาศ กองทัพสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อขีดความสามารถทางยุทธวิธีทางเรือของอิหร่าน โดยมีการยืนยันการจมเรือรบขนาดใหญ่หลายลำภายใต้ ปฏิบัติการ Epic Fury (Operation Epic Fury) ที่กำลังดำเนินอยู่ 

ล่าสุดกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกมายืนยันว่าได้ทำลายเรือ Shahid Bagheri ซึ่งเป็นเรือบรรทุกโดรนและเฮลิคอปเตอร์ขนาด 40,000 ตัน ลงได้สำเร็จเมื่อวันที่ 2 มีนาคม เรือลำนี้เกิดจากการดัดแปลงเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์และเพิ่งเข้าประจำการในกองทัพเรือพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC Navy) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025 โดยถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของอิหร่านในการแผ่ขยายอำนาจทางทะเล

สำหรับเรือ Shahid Bagheri เป็นเรือบรรทุกโดรนของกองทัพเรือกองกำลังก์พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC Navy) ของอิหร่าน ดัดแปลงจากเรือคอนเทนเนอร์เชิงพาณิชย์เดิม ความยาวประมาณ 240 เมตร กว้างราว 32 เมตร และมีพิสัยการปฏิบัติการณ์ 38 000 กิโลเมตร ทำให้สามารถปฏิบัติการได้นานถึง หนึ่งปีโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง และทำงานในทะเลเปิดได้อย่างต่อเนื่อง

อาวุธของเรือประกอบด้วยระบบยิงต่อต้านอากาศยาน Kowsar-222 จำนวน 8 ต้น (พิสัยประมาณ 17 กม.) ปืนอัตโนมัติ 30 มม. หนึ่งกระบอก พร้อมปืน Gatling 20 มม. สองกระบอก, และ จรวดต่อน้ำ Surface-to-Surface/Anti-Ship อย่างน้อย 8 ลูกจากตระกูล Noor หรือ Qader ที่อาจมีพิสัยโจมตีหลายร้อยถึงเกิน 1 000 กม.

รวมทั้งยังสามารถบรรทุกและปฏิบัติการกับ โดรนโจมตี โดรนลาดตระเวน เช่น Ababil, Mohajer, Shahed, Qaher-313 และเฮลิคอปเตอร์หลายลำ เพิ่มขอบเขตการปฏิบัติการทั้งด้านข่าวกรอง การโจมตี และสนับสนุนทางอากาศในระยะไกล

นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากดาวเทียมยังเผยให้เห็นความเสียหายของเรือ IRIS Makran ซึ่งเป็นเรือฐานปฏิบัติการส่วนหน้าลำแรกของอิหร่าน เรือลำนี้ดัดแปลงมาจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 121,000 ตัน เพื่อใช้เป็นเรือแม่สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ โดยภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่าเรือกำลังเกิดเพลิงไหม้และมีกลุ่มควันดำหนาทึบขณะจอดเทียบท่าอยู่ที่เมือง Bandar Abbas นอกจากนี้ CENTCOM ยังยืนยันการจมเรือคอร์เวตชั้น Jamaran ขนาด 1,500 ตัน ซึ่งเป็นแกนหลักของกองเรือผิวน้ำอิหร่าน ขณะจอดเทียบท่าอยู่ที่ฐานทัพเรือ Konarak ในเมือง Chah Bahar

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเมื่อวันที่ 2 มีนาคมว่า เรือของอิหร่าน 10 ลำถูกทำลายจนหมดสภาพในปฏิบัติการครั้งนี้ ขณะที่ CENTCOM ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "อิหร่านเคยมีเรือ 11 ลำในอ่าวโอมาน ปัจจุบันเหลือ ศูนย์" พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของอิหร่านที่ว่าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ถูกโจมตี โดยยืนยันว่าขีปนาวุธของอิหร่านไม่ได้เฉียดเข้าใกล้เรือเลยแม้แต่น้อย

สำหรับปฏิบัติการ Epic Fury นำโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัดขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ ทำลายคลังแสงขีปนาวุธทิ้งตัว และลดทอนสินทรัพย์ทางทหารของอิหร่าน การโจมตีในระลอกแรกได้ สังหาร อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง ส่งผลให้อิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ และดินแดนอิสราเอล

การสูญเสียเรือรบหลักเหล่านี้ถือเป็น ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่และก้าวถอยหลังสำคัญ ต่อความพยายามในการปรับปรุงกองทัพเรือให้ทันสมัย ซึ่งบั่นทอนขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านลงอย่างมาก 

ที่มาข้อมูล : IRGC Navy

ที่มารูปภาพ : IRGC Navy