นักวิจัยบราซิลใช้เทคโนโลยีผสมข้ามสายพันธุ์ “กาแฟ” รับมือ “วิกฤตโลกร้อน”

Share on Line Share on Facebook Share on X
นักวิจัยบราซิลใช้เทคโนโลยีผสมข้ามสายพันธุ์ “กาแฟ” รับมือ “วิกฤตโลกร้อน”

นักวิจัยในบราซิลเร่งศึกษาวิจัยการใช้เทคโนโลยีผสมข้ามสายพันธุ์กาแฟ เพื่อรักษาสายพันธุ์กาแฟที่มีคุณภาพท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน หลังผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเมล็ดกาแฟพันธุ์ดี ซึ่งอาจจะเริ่มมีจำนวนผลผลิตที่ลดลงในระยะยาว

สรุปข่าว

ทีมนักวิจัยในบราซิล (สถาบัน IAC) กำลังเร่งพัฒนาการผสมข้ามสายพันธุ์กาแฟ โดยนำยีนจากสายพันธุ์ที่ทนทานและหายาก (เช่น Racemosa, Stenophylla) มาผสมกับสายพันธุ์อาราบิก้า (Arabica) เพื่อสร้าง "กาแฟแห่งอนาคต" ที่สามารถทนต่อความร้อนและความแห้งแล้งได้ดียิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับวิกฤตโลกร้อนที่อาจทำให้พื้นที่ปลูกกาแฟทั่วโลกลดลงถึงร้อยละ 20 ภายในปี 2050

นักวิจัยในบราซิลเร่งศึกษาวิจัยการใช้เทคโนโลยีผสมข้ามสายพันธุ์กาแฟ เพื่อรักษาสายพันธุ์กาแฟที่มีคุณภาพท่ามกลางวิกฤตโลกร้อน หลังผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเมล็ดกาแฟพันธุ์ดี ซึ่งอาจจะเริ่มมีจำนวนผลผลิตที่ลดลงในระยะยาว

ท่ามกลางแสงแดด ณ สถาบันพืชไร่กัมปีนัส (IAC) ในประเทศบราซิล ทีมนักปฐพีวิทยา กำลังเดินสำรวจกลุ่มต้นกาแฟที่มีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่คือ “ศูนย์กาแฟ อัลซิเดส คาร์วัลโญ” (Alcides Carvalho) แหล่งรวมสายพันธุ์กาแฟที่หายากและไม่ใช่สายพันธุ์เชิงพาณิชย์กว่า 15 ชนิด 

โดยที่นี่มีทั้งกาแฟสายพันธุ์ ราซีโมซา (Racemosa) ลิเบอริก้า (Liberica) และ สเตโนฟิลลา (Stenophylla) โดยทีมนักวิจัยหวังว่ายีนจากสายพันธุ์เหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอนาคตของกาแฟสายพันธุ์ อาราบิก้า (Arabica) ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนว่า การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลผลิตกาแฟอาราบิก้า (Arabica) โดยเฉพาะในบราซิลซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีข้อมูลระบุว่าภายในปี 2050 พื้นที่ปลูกกาแฟในปัจจุบันถึงร้อยละ 20 จะไม่เหมาะใช้เพาะปลูกอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลงมหาศาล

ดังนั้นทีมวิจัยจึงใช้กลยุทธ์การนำยีนจากสายพันธุ์ที่ทนทานต่อความร้อนและความแห้งแล้งมาผสมข้ามสายพันธุ์กับ อาราบิก้า (Arabica) โดยทีมนักวิจัยต้องทำการผสมพันธุ์และเพาะต้นกล้า ก่อนจะนำพวกมันไปทดสอบในสภาวะที่ยากลำบาก เช่น การจำลองความแห้งแล้ง เพื่อคัดเลือกต้นที่แข็งแกร่งที่สุด นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การต้านทานโรคและศัตรูพืช

อย่างไรก็ตามกระบวนการทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและยังต้องใช้เวลาศึกษาอีกสักระยะ แต่หน่วยงานวิจัยด้านกาแฟของรัฐบาลบราซิลย้ำว่า การค้นหายีนใหม่ ๆ จากสายพันธุ์กาแฟที่ว่ามา คือภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าโลกจะยังมีกาแฟ อาราบิก้า (Arabica) ให้ดื่ม แม้ในอนาคตที่สภาพอากาศไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : Tim Mossholder on Unsplash