
เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมารัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อนุมัติโครงการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors หรือ SMRs) จำนวน 3 แห่งในพื้นที่วิลฟา (Wylfa) บนเกาะแองเกิลซีย์ (Anglesey) ทางตอนเหนือของประเทศเวลส์
สรุปข่าว
รัฐบาลสหราชอาณาจักรไฟเขียวสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก 3 ยูนิต ผลิตไฟฟ้าได้รวมกว่า 1.4 กิกะวัตต์ รองรับ 3 ล้านครัวเรือน โครงการมุ่งเสริมความมั่นคงพลังงาน ลดคาร์บอน และสร้างงานกว่า 8,000 ตำแหน่ง พร้อมเริ่มจ่ายไฟช่วงทศวรรษ 2030
เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมารัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อนุมัติโครงการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors หรือ SMRs) จำนวน 3 แห่งในพื้นที่วิลฟา (Wylfa) บนเกาะแองเกิลซีย์ (Anglesey) ทางตอนเหนือของประเทศเวลส์
โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Rolls-Royce SMR และบริษัท Great British Energy - Nuclear โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันเทคโนโลยีพลังงานคาร์บอนต่ำภายในประเทศ
เตาปฏิกรณ์แบบน้ำอัดความดัน (Pressurized Water Reactor) แต่ละแห่งนี้มีกำลังการผลิต 470 เมกะวัตต์ และมีขนาดพื้นที่กะทัดรัดเพียงประมาณ 16 เมตรคูณ 4 เมตร
รวมทั้ง 3 ยูนิต สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงครัวเรือนได้มากถึง 3 ล้านหลังคาเรือน และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 60 ปี โดยหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เตาปฏิกรณ์ SMRs ชุดแรกที่ผลิตในอังกฤษนี้จะเริ่มจ่ายไฟเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติได้ในช่วงทศวรรษ 2030
สำหรับจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ คือ การออกแบบแบบโมดูลาร์ที่ช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนกว่า 90% จากโรงงานภายนอกพื้นที่ (Off-site) ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนรอบข้างในขณะที่ทำการก่อสร้างได้ และทำให้ระยะเวลาการก่อสร้างมีความแน่นอนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โครงการดังกล่าวยังเป็นการพลิกฟื้นพื้นที่วิลฟา (Wylfa) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษที่ปิดตัวไปเมื่อปี 2015 ให้กลับมาเป็นศูนย์กลางพลังงานเทคโนโลยีขั้นสูงอีกครั้งด้วยมูลค่าความร่วมมือ 2.5 พันล้านปอนด์
นอกจากนี้ กองทุนแห่งชาติ (National Wealth Fund) ยังได้จัดสรรงบประมาณ 599 ล้านปอนด์ หรือ 26,064 บาท เพื่อสนับสนุนด้านวิศวกรรมและการเปิดตัวเตาปฏิกรณ์
การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความมั่นคงทางพลังงานเพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกและบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจ้างงาน โดยคาดว่าจะสร้างงานใหม่ได้ถึง 8,000 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 3,000 ตำแหน่งในพื้นที่ Anglesey และอีก 5,000 ตำแหน่งในห่วงโซ่อุปทานระดับชาติ
ทูฟาน เออร์กินบิลกิช (Tufan Erginbilgic) ซีอีโอของบริษัท Rolls-Royce ได้กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า "นี่คือหมุดหมายสำคัญของบริษัทและสหราชอาณาจักร ในขณะที่รัฐบาลกำลังมุ่งมั่นที่จะทำให้วิสัยทัศน์ยุคทองของพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่กลายเป็นความจริง"
สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors หรือ SMRs) ถูกจับตามองทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และแนวโน้มที่เติบโตอย่างชัดเจน เนื่องจากสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปริมาณมาก ความเสถียรในการผลิตไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะมีความเสี่ยงในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
- อิลลินอยส์เร่งสร้าง “คน” ป้อนอุตสาหกรรมพลังงานใหม่
- วิกฤตซ้อนวิกฤต! ของแพง น้ำมันขาด อากาศร้อนจัด คนไทยอ่วมทั้งประเทศ
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบระบาดในสหราชอาณาจักร เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
- นโยบายลดโลกร้อน อาจทำคนจนแบกภาระ มากกว่าคนรวย?
- กรุงลอนดอนพร้อมเปลี่ยน "ถนนอ็อกซ์ฟอร์ดเป็นถนนคนเดิน" ตั้งเป้าศูนย์กลางกิจกรรมกลางแจ้ง
ที่มาข้อมูล : Interestingengineering Rolls-Royce
ที่มารูปภาพ : Interestingengineering Rolls-Royce
