บริษัท Fortescue เปิดเผยข้อมูลรถบรรทุกไฟฟ้าเหมืองแร่ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงทะลุ 14,400 ล้านบาทต่อปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
บริษัท Fortescue เปิดเผยข้อมูลรถบรรทุกไฟฟ้าเหมืองแร่ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงทะลุ 14,400 ล้านบาทต่อปี

บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Fortescue กำลังเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero Emissions) ด้วยการลงทุนในอุปกรณ์ทำเหมืองพลังงานสะอาด ซึ่งการลงทุนนี้เริ่มผลิดอกออกผลอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าบริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้มากถึง 300-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 10,800-14,400 ล้านบาทต่อปี 

สรุปข่าว

Fortescue เร่งใช้รถบรรทุกเหมืองไฟฟ้าแทนดีเซล มุ่งสู่เป้าหมาย Zero Emissions ภายในปี 2030 ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ราว 300–400 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 10,800–14,400 ล้านบาท) พร้อมลดความเสี่ยงจากราคาพลังงานผันผวน การลงทุนครั้งใหญ่ยังช่วยลดมลพิษ เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว

บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Fortescue กำลังเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Zero Emissions) ด้วยการลงทุนในอุปกรณ์ทำเหมืองพลังงานสะอาด ซึ่งการลงทุนนี้เริ่มผลิดอกออกผลอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าบริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้มากถึง 300-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 10,800-14,400 ล้านบาทต่อปี 

สิ่งที่น่าสนใจ คือ ตัวเลขการประหยัดต้นทุน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 14,400 ล้านบาท เป็นเพียงการประเมินก่อนที่จะเกิดวิกฤตความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีที่สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านจนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงทั่วโลกพุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Ultra class heavy haul trucks) จึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่การลดมลพิษทางอากาศ แต่ยังเป็นกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนทางธุรกิจที่ช่วยให้บริษัทไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และความผันผวนของราคาพลังงานที่ไม่สามารถควบคุมได้

สำหรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้ บริษัท Fortescue ได้สั่งซื้อรถบรรทุกเหมืองแร่ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่รุ่น T264 จากบริษัท Liebherr จำนวนถึง 360 คัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงมูลค่ากว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 144,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการสั่งซื้ออุปกรณ์ทำเหมืองจากบริษัท XCMG ของจีนอีกกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รถบรรทุก Liebherr T264 นั้นมีขนาดและพละกำลังที่มหาศาล โดยมีน้ำหนักตัวรถถึง 176 ตัน และสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่า 240 ตัน

ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 3.2 MWh ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 30 กว่านาที ด้วยระบบชาร์จเร็ว DC ขนาด 6 MW (6,000 kW)

ดีโน่ โอตรันโต (Dino Otranto) ซีอีโอของ Fortescue Metals กล่าวว่า "บริษัทกำลังเร่งลดการปล่อยคาร์บอนในพื้นที่เหมืองแร่เหล็ก Pilbara เพื่อกำจัดการปล่อยมลพิษทางบกในขอบเขตที่ 1 และ 2 (Scope 1 and 2) ให้หมดไปภายในปี 2030 โดยจะต้องทยอยเปลี่ยนอุปกรณ์ทำเหมืองเครื่องยนต์ดีเซลที่หมดอายุการใช้งานหลายร้อยชิ้นให้เป็นพลังงานสะอาด"

ค่าเชื้อเพลิงและพลังงานถือเป็นต้นทุนการดำเนินงานที่ใหญ่ที่สุด และเป็นแหล่งกำเนิดการปล่อยมลพิษที่มากที่สุดของบริษัท Fortescue การหันมาใช้ระบบไฟฟ้านี้จึงเปรียบเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดเงินมหาศาลแล้ว ยังช่วยดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานในเหมืองไปพร้อม ๆ กัน  

ที่มาข้อมูล : electrek, Fortescue

ที่มารูปภาพ : electrek, Fortescue

แท็กบทความ

Fortescue
รถบรรทุกไฟฟ้าEV
Decarbonization
Zero Emissions
TNN Tech