
หลายคนอาจคิดว่า หากถูกเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว “ไม่เป่า” จะช่วยเลี่ยงปัญหา แต่ตามกฎหมายจราจรของประเทศไทย ข้อเท็จจริงคือ ปฏิเสธไม่เป่า = มีความผิดทันที
ภายหลังจากที่ตำรวจสั่งให้ตรวจ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธไม่ยอมเป่าเครื่องวัด กฎหมายตีความว่ามี “พฤติการณ์เมาสุรา” โดยไม่จำเป็นต้องมีผลตรวจเป็นหลักฐาน ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับได้ทันที
สรุปข่าว
หลายคนอาจคิดว่า หากถูกเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว “ไม่เป่า” จะช่วยเลี่ยงปัญหา แต่ตามกฎหมายจราจรของประเทศไทย ข้อเท็จจริงคือ ปฏิเสธไม่เป่า = มีความผิดทันที
ภายหลังจากที่ตำรวจสั่งให้ตรวจ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธไม่ยอมเป่าเครื่องวัด กฎหมายตีความว่ามี “พฤติการณ์เมาสุรา” โดยไม่จำเป็นต้องมีผลตรวจเป็นหลักฐาน ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับได้ทันที
ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ผู้กระทำผิดอาจถูกลงโทษ ปรับสูงสุดถึง 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และศาลยังสามารถสั่ง พักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ ได้อีกด้วย ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่ยินยอมตรวจเลือดหรือปัสสาวะแทน ผลก็ยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเช่นเดิม
ดังนั้น การไม่เป่าไม่ได้ช่วยหลีกเลี่ยงโทษ แต่กลับถูกมองว่าผิดกฎหมายชัดเจนที่สุด ทางเลือกที่ปลอดภัยคือ ไม่ดื่มแล้วขับ และหากถูกเรียกตรวจ ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยบนท้องถนน
- สารในเห็ดขี้ควาย อาจช่วยให้นักดื่ม “ลด” การดื่มลงได้ !?
- เตือน! กินทุเรียนคู่กับดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มความเสี่ยงต่อการหมดสติได้
- เริ่ม 1 มิ.ย.นี้! ขี่จยย.ต้องใส่หมวกกันน็อก ทั้งคนขับ - คนซ้อน ฝ่าฝืนปรับ 2 พัน
- ปลดล็อก! ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "วันสำคัญทางศาสนา" ใน 5 สถานที่
- ขวางรถพยาบาล = ผิดกฎหมาย 3 ฉบับ เปิดบทลงโทษจากจราจรถึงอาญา
- องค์การอนามัยโลก จัดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็ง
- ดื่มหนักแค่ไหนเสี่ยง "แอลกอฮอล์เป็นพิษ"
บรรณาธิการออนไลน์

