TNN Debate แก้รัฐธรรมนูญ? ใครเปลี่ยนโครงสร้างได้จริง ใครเตือนอย่าเปิดวงจรขัดแย้ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
TNN Debate แก้รัฐธรรมนูญ? ใครเปลี่ยนโครงสร้างได้จริง ใครเตือนอย่าเปิดวงจรขัดแย้ง

ประเด็น “แก้รัฐธรรมนูญ” กลายเป็นหนึ่งในหัวใจของเวที TNN Debate เมื่อผู้ร่วมดีเบตสะท้อนมุมมองที่แตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างฝ่ายที่มองว่าการเปลี่ยนประเทศต้องเริ่มจากโครงสร้างอำนาจและระบบรัฐ กับฝ่ายที่กังวลว่าการเปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญอาจพาประเทศกลับสู่วงจรความขัดแย้งเดิม โดยไม่แตะปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างแท้จริง

ฝั่งที่ผลักดันการเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ตั้งคำถามตรงต่อระบบการเมืองและการบริหารการศึกษาที่สืบทอดกันมานานว่า หากรัฐธรรมนูญไม่เปลี่ยน โครงสร้างอำนาจไม่เปลี่ยน กระทรวงศึกษา โรงเรียน และครู ก็จะยังคงเหมือนเดิม พร้อมตั้งคำถามกลางเวทีว่า
“กระทรวงศึกษาเหมือนเดิม โรงเรียนเหมือนเดิม ครูเหมือนเดิม คุณจะเปลี่ยนตรงนี้ยังไง”

สุชัชวีร์ชี้ว่า ปัญหาการศึกษาไทยไม่ใช่เรื่องนโยบายรายโครงการ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผูกโยงกับการเมืองและรัฐธรรมนูญในอดีต ซึ่งมักนำคนที่ “ไม่รู้เรื่องการศึกษา” เข้าไปกำหนดทิศทางกระทรวง พร้อมย้ำจุดยืนว่า
“ผมถนัดเรื่องนี้จริง ๆ ผมรู้ว่าเด็กควรจะเรียนอะไร ครูควรจะพัฒนาอะไร ถึงจะยกระดับการศึกษาได้”
และยืนยันความเชื่อมั่นต่อครูทั้งระบบว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากความไว้วางใจระหว่างผู้นำประเทศกับครูผู้สอนในห้องเรียน



สรุปข่าว

เวที TNN Debate เปิดดีเบตแก้รัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้น สุชัชวีร์ชี้หากไม่เปลี่ยนโครงสร้าง รัฐ–การศึกษาจะเหมือนเดิม ขณะที่ชัยวุฒิเตือนการแก้รัฐธรรมนูญอาจพาประเทศกลับสู่วงจรขัดแย้ง และควรเร่งแก้ปัญหาปากท้องมากกว่า

ประเด็น “แก้รัฐธรรมนูญ” กลายเป็นหนึ่งในหัวใจของเวที TNN Debate เมื่อผู้ร่วมดีเบตสะท้อนมุมมองที่แตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างฝ่ายที่มองว่าการเปลี่ยนประเทศต้องเริ่มจากโครงสร้างอำนาจและระบบรัฐ กับฝ่ายที่กังวลว่าการเปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญอาจพาประเทศกลับสู่วงจรความขัดแย้งเดิม โดยไม่แตะปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างแท้จริง

ฝั่งที่ผลักดันการเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ตั้งคำถามตรงต่อระบบการเมืองและการบริหารการศึกษาที่สืบทอดกันมานานว่า หากรัฐธรรมนูญไม่เปลี่ยน โครงสร้างอำนาจไม่เปลี่ยน กระทรวงศึกษา โรงเรียน และครู ก็จะยังคงเหมือนเดิม พร้อมตั้งคำถามกลางเวทีว่า
“กระทรวงศึกษาเหมือนเดิม โรงเรียนเหมือนเดิม ครูเหมือนเดิม คุณจะเปลี่ยนตรงนี้ยังไง”

สุชัชวีร์ชี้ว่า ปัญหาการศึกษาไทยไม่ใช่เรื่องนโยบายรายโครงการ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผูกโยงกับการเมืองและรัฐธรรมนูญในอดีต ซึ่งมักนำคนที่ “ไม่รู้เรื่องการศึกษา” เข้าไปกำหนดทิศทางกระทรวง พร้อมย้ำจุดยืนว่า
“ผมถนัดเรื่องนี้จริง ๆ ผมรู้ว่าเด็กควรจะเรียนอะไร ครูควรจะพัฒนาอะไร ถึงจะยกระดับการศึกษาได้”
และยืนยันความเชื่อมั่นต่อครูทั้งระบบว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากความไว้วางใจระหว่างผู้นำประเทศกับครูผู้สอนในห้องเรียน



ในอีกด้านหนึ่ง ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แสดงจุดยืนคัดค้านการผลักดันแก้รัฐธรรมนูญในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมองว่าปัญหาของประเทศไม่ได้อยู่ที่ประชาชน แต่อยู่ที่นักการเมือง พร้อมกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
“มันไม่ได้มีปัญหากับพี่น้องประชาชนหรอกครับ มีปัญหากันนักการเมือง”

ชัยวุฒิชี้ว่ากระแสแก้รัฐธรรมนูญในปัจจุบันจำนวนไม่น้อย เป็นการขับเคลื่อนตามกระแสทางการเมือง มากกว่าความจำเป็นเชิงโครงสร้าง และเตือนว่าการเปิดกระบวนการแก้ไขอาจทำให้ประเทศกลับไปสู่ความขัดแย้งเดิม
“รัฐธรรมนูญเดี๋ยวมาใหม่ก็ทะเลาะกันอีก ประเทศไม่ไปไหน”

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากผู้มีบทบาทในระบบยังมีข้อครหาเรื่องจริยธรรมและความสุจริต โดยตั้งคำถามว่า
“ถ้าให้คนกลุ่มนี้มายกร่าง รัฐธรรมนูญที่ออกมาจะเป็นสีอะไร และจะตอบโจทย์พี่น้องประชาชนจริงหรือไม่”

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top