ไวรัสนิปาห์ คืออะไร? รู้จักโรคอุบัติใหม่อัตราเสียชีวิตสูง ยังไม่มียารักษา

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไวรัสนิปาห์ คืออะไร? รู้จักโรคอุบัติใหม่อัตราเสียชีวิตสูง ยังไม่มียารักษา

ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) เป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ในกลุ่มโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic disease) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1998 โดยมี ค้างคาวกินผลไม้ เป็นพาหะตามธรรมชาติ และสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

การติดเชื้อในมนุษย์มักเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรือผลไม้ที่ปนเปื้อน รวมถึงการติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังระดับโลก

ความน่ากังวลของไวรัสชนิดนี้ คืออัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก โดยอยู่ในช่วงประมาณ 40–75% สูงกว่าโรคติดเชื้อทางเดินหายใจหลายชนิด ขณะเดียวกันยังไม่มียารักษาเฉพาะทางหรือวัคซีนป้องกัน


 


 

สรุปข่าว

ไวรัสนิปาห์คือโรคอุบัติใหม่ที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน มีค้างคาวกินผลไม้เป็นพาหะ อัตราเสียชีวิตสูงถึง 75% ติดต่อได้ทั้งจากสัตว์และคนสู่คน ยังไม่มียารักษาและวัคซีนเฉพาะ ระยะฟักตัวยาว ทำให้เป็นหนึ่งในโรคที่ทั่วโลกต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) เป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ในกลุ่มโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic disease) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1998 โดยมี ค้างคาวกินผลไม้ เป็นพาหะตามธรรมชาติ และสามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

การติดเชื้อในมนุษย์มักเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรือผลไม้ที่ปนเปื้อน รวมถึงการติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด ทำให้ไวรัสนิปาห์ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังระดับโลก

ความน่ากังวลของไวรัสชนิดนี้ คืออัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก โดยอยู่ในช่วงประมาณ 40–75% สูงกว่าโรคติดเชื้อทางเดินหายใจหลายชนิด ขณะเดียวกันยังไม่มียารักษาเฉพาะทางหรือวัคซีนป้องกัน


 


 

ตามการจัดอันดับของ องค์การอนามัยโลก ไวรัสนิปาห์ถูกระบุเป็นหนึ่งในเชื้อโรคอันตรายที่มีศักยภาพก่อให้เกิดการระบาดรุนแรง หากระบบสาธารณสุขไม่สามารถควบคุมได้อย่างทันท่วงที

อาการของผู้ติดเชื้อในระยะแรกมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย แต่ในบางรายเชื้อจะลุกลามเข้าสู่ระบบประสาท ทำให้เกิดสมองอักเสบเฉียบพลัน มีอาการสับสน ชัก หมดสติ และอาจเสียชีวิตภายในเวลาอันสั้น

อีกประเด็นสำคัญคือ ระยะฟักตัวของโรคที่ยาวและไม่แน่นอน โดยทั่วไปอยู่ที่ 4–14 วัน แต่บางกรณีอาจยาวนานถึง 45 วัน ทำให้การตรวจคัดกรองและควบคุมการแพร่ระบาดทำได้ยาก

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top