เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ เทรนด์คู่สมรสยุคใหม่ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ เทรนด์คู่สมรสยุคใหม่ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

การวางแผนมีบุตรของคู่สมรสไทยกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน จากเดิมที่มักเริ่มดูแลสุขภาพเมื่อเผชิญภาวะมีบุตรยาก หรือเข้าสู่วัยเสี่ยง ปัจจุบันหลายคู่เริ่มต้นด้วยการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตคู่ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่มองการมีบุตรเป็นกระบวนการระยะยาว

ข้อมูลจาก เบบี้แอนด์มัม ระบุว่า ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในสังคมไทย สอดคล้องกับอัตราการเกิดที่ลดลง โดยมีปัจจัยสำคัญจากการแต่งงานช้า การมีบุตรในวัยที่สูงขึ้น ความเครียด วิถีชีวิตเร่งรีบ และพฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนไป ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายโดยตรง ทำให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์กลายเป็นฐานสำคัญของการวางแผนครอบครัวในยุคปัจจุบัน

ครูก้อย–นัชชา ลอยชูศักดิ์ ผู้ก่อตั้งคลังความรู้เตรียมตั้งครรภ์ BabyAndMom.co.th ระบุว่า ในอดีตแหล่งข้อมูลด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ยังมีจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีบุตรยาก ส่งผลให้หลายครอบครัวเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์โดยขาดการเตรียมร่างกายอย่างเป็นระบบ และต้องเผชิญทั้งความผิดหวังและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

สรุปข่าว

คู่สมรสไทยหันมาเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น จากแนวคิดดูแลเมื่อมีปัญหา สู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ตั้งแต่ตรวจสุขภาพ ปรับพฤติกรรม โภชนาการ และความรู้ด้านภาวะเจริญพันธุ์ เพื่อลดความเสี่ยงมีบุตรยาก ลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างความพร้อมของครอบครัวในระยะยาว

การวางแผนมีบุตรของคู่สมรสไทยกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน จากเดิมที่มักเริ่มดูแลสุขภาพเมื่อเผชิญภาวะมีบุตรยาก หรือเข้าสู่วัยเสี่ยง ปัจจุบันหลายคู่เริ่มต้นด้วยการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตคู่ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดปัญหา ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่มองการมีบุตรเป็นกระบวนการระยะยาว

ข้อมูลจาก เบบี้แอนด์มัม ระบุว่า ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในสังคมไทย สอดคล้องกับอัตราการเกิดที่ลดลง โดยมีปัจจัยสำคัญจากการแต่งงานช้า การมีบุตรในวัยที่สูงขึ้น ความเครียด วิถีชีวิตเร่งรีบ และพฤติกรรมสุขภาพที่เปลี่ยนไป ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายโดยตรง ทำให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์กลายเป็นฐานสำคัญของการวางแผนครอบครัวในยุคปัจจุบัน

ครูก้อย–นัชชา ลอยชูศักดิ์ ผู้ก่อตั้งคลังความรู้เตรียมตั้งครรภ์ BabyAndMom.co.th ระบุว่า ในอดีตแหล่งข้อมูลด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ยังมีจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีบุตรยาก ส่งผลให้หลายครอบครัวเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์โดยขาดการเตรียมร่างกายอย่างเป็นระบบ และต้องเผชิญทั้งความผิดหวังและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากมีตั้งแต่หลักหมื่นบาทสำหรับการทำ IUI ไปจนถึงหลักแสนบาทต่อครั้งสำหรับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ขั้นสูงอย่างเด็กหลอดแก้ว สถานการณ์ดังกล่าวทำให้องค์ความรู้ก่อนตั้งครรภ์ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงโอกาสในการมีบุตร แต่เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของครอบครัวในระยะยาว

บทบาทของแพลตฟอร์มความรู้ด้านภาวะเจริญพันธุ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงขยายจากการให้ข้อมูลทางการแพทย์ ไปสู่การทำความเข้าใจร่างกาย การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โภชนาการ การวางแผนช่วงตกไข่ รวมถึงการเตรียมตัวก่อนและหลังเข้าสู่กระบวนการรักษา ช่วยให้คู่สมรสมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจอย่างรอบด้าน

ขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านสื่อและรายการให้ความรู้ต่างๆ ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่แบ่งปันข้อมูลและกำลังใจ ลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของคู่สมรสที่กำลังวางแผนครอบครัว โดยกลุ่มผู้สนใจองค์ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้มีบุตรยากอีกต่อไป แต่ขยายไปถึงคู่สมรสที่เริ่มต้นชีวิตคู่และต้องการดูแลสุขภาพล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนภาพใหญ่ของสังคมไทยที่เริ่มมองการมีบุตรเป็นการลงทุนด้านสุขภาพระยะยาว มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และอาจเป็นกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ และสร้างความพร้อมให้ครอบครัวตั้งแต่ก่อนวันที่เด็กคนหนึ่งจะถือกำเนิด

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top