ภาวะมดลูกแตก อันตรายถึงชีวิต แม่–ลูกเสี่ยงสูง ใครคือกลุ่มเสี่ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภาวะมดลูกแตก อันตรายถึงชีวิต แม่–ลูกเสี่ยงสูง ใครคือกลุ่มเสี่ยง

ภาวะมดลูกแตก (uterine rupture) เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากการฉีกขาดของผนังมดลูกครบทุกชั้น ระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะเจ็บครรภ์คลอด ส่งผลให้เกิดการเสียเลือดอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในทางการแพทย์ ภาวะมดลูกแตกมักนำไปสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด ความดันโลหิตต่ำ และอาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตมารดา ขณะที่ทารกมีความเสี่ยงขาดออกซิเจนเฉียบพลัน ซึ่งอาจทำให้สมองเสียหายถาวรหรือเสียชีวิตได้

สรุปข่าว

ภาวะมดลูกแตกเป็นภาวะฉุกเฉินรุนแรงทางสูติกรรม เกิดจากการฉีกขาดผนังมดลูกครบทุกชั้น เสี่ยงเสียชีวิตทั้งแม่และทารก กลุ่มเสี่ยงหลักคือหญิงที่เคยผ่าตัดคลอดหรือผ่าตัดมดลูกมาก่อน การรู้เท่าทันอาการเตือนและการคลอดในโรงพยาบาลที่พร้อมช่วยฉุกเฉิน ช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก

ภาวะมดลูกแตก (uterine rupture) เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากการฉีกขาดของผนังมดลูกครบทุกชั้น ระหว่างตั้งครรภ์หรือขณะเจ็บครรภ์คลอด ส่งผลให้เกิดการเสียเลือดอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของมารดาและทารกในครรภ์ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ในทางการแพทย์ ภาวะมดลูกแตกมักนำไปสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด ความดันโลหิตต่ำ และอาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตมารดา ขณะที่ทารกมีความเสี่ยงขาดออกซิเจนเฉียบพลัน ซึ่งอาจทำให้สมองเสียหายถาวรหรือเสียชีวิตได้

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ที่เคยผ่าตัดคลอดหรือผ่าตัดมดลูกมาก่อน ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด นอกจากนี้ยังพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในกรณีการคลอดยืดเยื้อ ทารกตัวโต เชิงกรานแคบ การใช้ยากระตุ้นหรือเร่งคลอดเป็นเวลานาน ครรภ์แฝด น้ำคร่ำมาก รวมถึงหญิงที่มีบุตรหลายครั้ง อายุครรภ์เกินกำหนด หรือขาดการฝากครรภ์

อาการเตือนของภาวะมดลูกแตกมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ มดลูกหยุดหดรัดตัวกะทันหัน เลือดออกทางช่องคลอด สัญญาณชีพของทารกผิดปกติ และอาการช็อกจากการเสียเลือดของมารดา ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

แนวทางการรักษาหลักคือการผ่าตัดฉุกเฉิน เพื่อคลอดทารกและควบคุมการเสียเลือด หากการฉีกขาดไม่รุนแรงอาจซ่อมแซมมดลูกได้ แต่ในกรณีที่เลือดออกมากหรือควบคุมไม่ได้ แพทย์อาจจำเป็นต้องตัดมดลูกเพื่อรักษาชีวิตมารดาเป็นสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์ที่มีประวัติผ่าตัดคลอดหรือผ่าตัดมดลูก ควรฝากครรภ์อย่างใกล้ชิด และวางแผนการคลอดในโรงพยาบาลที่มีทีมสูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และห้องผ่าตัดพร้อมตลอดเวลา เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Drama addict

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

ภาวะมดลูกแตก
ตั้งครรภ์เสี่ยงสูง
การคลอดบุตร
สุขภาพแม่และเด็กข่าวสุขภาพ
sticky-bar-top