
ข้อมูลพยากรณ์ล่าสุดจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดราวกลางเดือนพฤษภาคม โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ 36–37 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติระยะยาว 35.4 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปี 2568 สัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลเชิงสถิติย้อนหลังที่ชี้ชัดว่าอากาศร้อนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
เมื่อพิจารณาข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ประเทศไทยเผชิญการทำลายสถิติความร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะช่วงหลังปี 2560 เป็นต้นมา อุณหภูมิสูงสุดในหลายปีขยับเข้าใกล้หรือเกินระดับ 44 องศาเซลเซียส ปี 2559 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่ออุณหภูมิที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนพุ่งถึง 44.6 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ยืนยาวมากว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนที่ตัวเลขใกล้เคียงกันจะเกิดขึ้นอีกในจังหวัดตาก และลำปางในปีถัด ๆ มา
สรุปข่าว
ข้อมูลพยากรณ์ล่าสุดจาก กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และสิ้นสุดราวกลางเดือนพฤษภาคม โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ 36–37 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติระยะยาว 35.4 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปี 2568 สัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลเชิงสถิติย้อนหลังที่ชี้ชัดว่าอากาศร้อนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
เมื่อพิจารณาข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ประเทศไทยเผชิญการทำลายสถิติความร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะช่วงหลังปี 2560 เป็นต้นมา อุณหภูมิสูงสุดในหลายปีขยับเข้าใกล้หรือเกินระดับ 44 องศาเซลเซียส ปี 2559 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่ออุณหภูมิที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนพุ่งถึง 44.6 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ยืนยาวมากว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนที่ตัวเลขใกล้เคียงกันจะเกิดขึ้นอีกในจังหวัดตาก และลำปางในปีถัด ๆ มา
ข้อมูลช่วงปี 2566–2567 สะท้อนความร้อนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2566 จังหวัดตากบันทึกอุณหภูมิสูงสุด 44.6 องศาเซลเซียส ขณะที่ปี 2567 แม้ตัวเลขสูงสุดลดลงเล็กน้อย แต่ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิทั้งปีและจำนวนวันที่อากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการประเมินของ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ที่ระบุว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นปีที่ร้อนที่สุดในระดับโลก
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในฤดูร้อนของไทย ซึ่งจากเดิมในบางปีต่ำกว่าค่าปกติ กลับขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีหลัง ความผันผวนนี้สัมพันธ์กับปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา โดยปีที่เอลนีโญมีกำลังแรงมักพบอุณหภูมิสูงสุดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปีที่ลานีญาอ่อนช่วยชะลอความร้อนลงได้เพียงบางส่วน
สำหรับฤดูร้อนปี 2569 การคาดการณ์เชิงสถิติระบุว่า อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยจะกลับมาอยู่ในระดับสูงอีกครั้ง โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก ซึ่งจากข้อมูลย้อนหลังถือเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศแบบหุบเขาและการสะสมความร้อน ทำให้หลายปีที่ผ่านมาอุณหภูมิแตะหรือเกิน 42 องศาเซลเซียสบ่อยครั้ง
ในเชิงช่วงเวลา ข้อมูลชี้ว่า ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีความร้อนสูงสุดของปี โดยอุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 42–43 องศาเซลเซียส ขณะที่ช่วงต้นฤดูและปลายฤดูร้อนจะมีความแปรปรวนมากขึ้น มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนในภาคเหนือและอีสาน และฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นในช่วงรอยต่อเข้าสู่ฤดูฝน
ด้านปริมาณฝน สถิติและการคาดการณ์ระบุว่า ฤดูร้อนปี 2569 ปริมาณฝนรวมอาจต่ำกว่าค่าปกติราว 30–40% ลักษณะฝนที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงปริมาณรวมที่ลดลง แต่ยังรวมถึงการกระจุกตัวของฝนในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในภาคใต้ที่เดือนพฤษภาคมมักมีฝนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคลื่นลมแรงในทะเล
เมื่อเชื่อมโยงสถิติอุณหภูมิ ความถี่ของคลื่นความร้อน และปริมาณฝนที่ผันผวน ภาพรวมฤดูร้อนของไทยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นทิศทางเดียวกัน คือ ร้อนนานขึ้น ร้อนแรงขึ้น และแปรปรวนมากขึ้น การคาดการณ์ฤดูร้อนปี 2569 จึงอยู่บนฐานข้อมูลเชิงสถิติที่สะสมมานาน ไม่ใช่ความร้อนเฉพาะปีใดปีหนึ่ง
- กรมอุตุฯ คาดฤดูร้อนปี 69 มาปลายเดือนก.พ. จับตา 3 จว. อุณหภูมิทะลุ 42 องศาฯ
- “ฤดูร้อน” ไม่เหมือนเดิม! ออสเตรเลียเจอ “คลื่นความร้อน” ถี่ ผลพวงภาวะโลกร้อน
- ร้อนจนอยู่ไม่ได้! เมื่อโลกร้อนซ้ำเติมคนจน เผยความเหลื่อมล้ำใน “บราซิล”
- จับตา “ออสเตรเลีย” ร้อนจัด เสี่ยงเกิด “มหันตภัยไฟป่า” ระดับเดียวกับที่เคยเกิดที่แอลเอ!
- วิกฤตคลื่นความร้อน กลายเป็น “ความปกติใหม่” “สเปน” เตรียมรับมือตั้งศูนย์หลบภัยด้านสภาพอากาศ
บรรณาธิการออนไลน์

