
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า คลื่นความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ตอนใต้ของประเทศในขณะนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย และคร่าชีวิตผู้คนไป 33 ราย ในเหตุการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ “แบล็กซัมเมอร์” (Black Summer)
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติออสเตรเลียได้ออกประกาศเตือนคลื่นความร้อนในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก ครอบคลุมรัฐนิวเซาท์เวลส์ วิกตอเรีย เซาท์ออสเตรเลีย และแทสมาเนีย พร้อมทั้งเตือนถึงความเสี่ยงจากไฟป่าในระดับรุนแรงเป็นพิเศษในรัฐวิกตอเรียและเซาท์ออสเตรเลีย
“ซาราห์ สคัลลี” นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโส ระบุว่า ความเสี่ยงจากไฟป่าที่เพิ่มสูงขึ้นมีสาเหตุมาจากมวลอากาศร้อนจัดซึ่งแผ่ขยายมาจากรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 45 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สภาพอากาศโดยรวมร้อนจัดและแห้งแล้งอย่างมาก
สรุปข่าว
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า คลื่นความร้อนที่ปกคลุมพื้นที่ตอนใต้ของประเทศในขณะนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย และคร่าชีวิตผู้คนไป 33 ราย ในเหตุการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ “แบล็กซัมเมอร์” (Black Summer)
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติออสเตรเลียได้ออกประกาศเตือนคลื่นความร้อนในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก ครอบคลุมรัฐนิวเซาท์เวลส์ วิกตอเรีย เซาท์ออสเตรเลีย และแทสมาเนีย พร้อมทั้งเตือนถึงความเสี่ยงจากไฟป่าในระดับรุนแรงเป็นพิเศษในรัฐวิกตอเรียและเซาท์ออสเตรเลีย
“ซาราห์ สคัลลี” นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโส ระบุว่า ความเสี่ยงจากไฟป่าที่เพิ่มสูงขึ้นมีสาเหตุมาจากมวลอากาศร้อนจัดซึ่งแผ่ขยายมาจากรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 45 องศาเซลเซียส ส่งผลให้สภาพอากาศโดยรวมร้อนจัดและแห้งแล้งอย่างมาก
ในรัฐวิกตอเรีย อุณหภูมิสูงสุดพุ่งแตะ 44 องศาเซลเซียส ขณะที่นครเมลเบิร์นมีอุณหภูมิสูงถึง 41 องศาเซลเซียส ทางการจึงออกคำแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ภายในอาคาร และดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ด้าน “ทิม วีบูช” กรรมาธิการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินของรัฐวิกตอเรีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังรับมือกับไฟป่าหลายจุดทั่วรัฐ และคาดว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นในวันศุกร์ โดยขณะนี้เริ่มเห็นผลกระทบของสภาพอากาศร้อนจัดเกิดขึ้นในหลายพื้นที่แล้ว
ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในเมืองใหญ่หลายแห่งยังคงอยู่ในระดับสูง โดยซิดนีย์วัดได้ 31 องศาเซลเซียส เพิร์ท 32 องศาเซลเซียส และแอดิเลดสูงถึง 43 องศาเซลเซียส
ผลกระทบจากคลื่นความร้อนยังทำให้สถานที่สาธารณะบางแห่ง เช่น ห้องสมุด ต้องขยายเวลาเปิดให้บริการเพื่อเป็นพื้นที่หลบความร้อนแก่ประชาชน ขณะที่บางแห่งจำเป็นต้องปิดชั่วคราว อาทิ สวนสัตว์ซาฟารีโมนาร์โต นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาไฟฟ้าดับในนครแอดิเลด ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนมากกว่า 2,000 หลัง
- “เอเชีย” กำลังแพ้ศึกโลกร้อน เร่งพัฒนาเทคโนโลยี แต่ทอดทิ้งวิกฤตอากาศ
- ดอกไม้ฤดูหนาวบานก่อนเวลา สัญญาณโลกร้อน ทำปฏิทินธรรมชาติพัง
- โลกร้อน ภัยพิบัติแรง ดร.ธรณ์ เตือน “เอลนีโญ” อาจดันอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ
- ดอกไม้บานในฤดูหนาว โลกร้อนทำวงจรชีวิตพืชรวน สัญญาณเตือนความผิดปกติจากธรรมชาติ
- “ผึ้งไร้เหล็กใน” แห่งแอมะซอน ได้รับสิทธิคุ้มครองทางกฏหมาย เป็นครั้งแรกของโลก!
ที่มาข้อมูล : REUTERS
ที่มารูปภาพ : REUTERS/Jaimi Joy

