สทนช.เฝ้าระวังแล้ง ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ยาวถึงปี 71

Share on Line Share on Facebook Share on X
สทนช.เฝ้าระวังแล้ง ปรับเกณฑ์อ่างใหญ่ยาวถึงปี 71

สทนช.จับตาฝนทิ้งช่วง เร่งยกระดับคาดการณ์น้ำ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. โดยนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะลานีญาอ่อน ขณะที่การประเมินของ กรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ชี้แนวโน้มปีนี้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ และปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งมีความเสี่ยงเกิดฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางปี

คณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นควรเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์สภาพภูมิอากาศให้แม่นยำมากขึ้น พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ เพื่อยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยและสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปข่าว

สทนช.เตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง หลังคาดปีนี้ฝนต่ำกว่าปกติและอุณหภูมิสูงขึ้น แม้ปริมาณน้ำรวมกว่า 62,000 ล้าน ลบ.ม. ยังเป็นไปตามแผน แต่เตรียมปรับเกณฑ์ควบคุมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต มองล่วงหน้า 3 ปีถึงปี 2571 เพื่อรับมือฝนทิ้งช่วงและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

สทนช.จับตาฝนทิ้งช่วง เร่งยกระดับคาดการณ์น้ำ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. โดยนายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำว่า ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะลานีญาอ่อน ขณะที่การประเมินของ กรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ชี้แนวโน้มปีนี้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าปกติ และปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งมีความเสี่ยงเกิดฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางปี

คณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นควรเร่งพัฒนาระบบคาดการณ์สภาพภูมิอากาศให้แม่นยำมากขึ้น พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ เพื่อยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยและสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ปริมาณน้ำรวมกว่า 6.2 หมื่นล้าน ลบ.ม. ยังเป็นไปตามแผน

สถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ณ วันที่ 13 ก.พ. 2569 มีปริมาณน้ำรวม 62,761 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังเป็นไปตามแผนที่กำหนด

คณะอนุกรรมการฯ ติดตาม 8 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2568/2569 อย่างใกล้ชิด เน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และจัดหาแหล่งน้ำสำรอง โดยเฉพาะน้ำอุปโภคบริโภค

ตรวจพื้นที่ 4 ภาค น้ำดิบยังเพียงพอ

สทนช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในเขตบริการของ การประปาส่วนภูมิภาค ครอบคลุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ พะเยา นครสวรรค์ และนครราชสีมา พบว่าปริมาณน้ำดิบยังเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้

ส่วนพื้นที่นอกเขตบริการ กปภ. ซึ่งบริหารผ่านคณะกรรมการลุ่มน้ำและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังไม่พบพื้นที่ขาดแคลนน้ำ

ด้านการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) และกรมส่งเสริมการเกษตร วิเคราะห์สมดุลน้ำรายตำบล พบว่าน้ำมีเพียงพอจนถึงระยะเก็บเกี่ยว และยังไม่พบพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

ในเขต การประปานครหลวง มีการติดตามคุณภาพน้ำดิบในลำน้ำสายหลักร่วมกับกรมชลประทานอย่างต่อเนื่อง แม้น้ำเพียงพอ แต่ยังต้องเฝ้าระวังช่วงฝนทิ้งช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม

เตรียมปรับเกณฑ์อ่างใหญ่แบบพลวัต มองไกล 3 ปี

คณะอนุกรรมการฯ ยังพิจารณาปรับเกณฑ์การบริหารอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต หรือ Dynamic Operation Curve ร่วมกับกรมชลประทานและ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง

แนวทางสำคัญคือ ต้นฤดูฝนจะเร่งระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำหลาก ส่วนปลายฤดูฝนจะชะลอการระบายเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ควบคู่กับการประเมินปริมาณฝนและน้ำไหลเข้าอ่างล่วงหน้า 3 ปี ระหว่างปี 2569–2571 เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

sticky-bar-top