
มหานครเซาเปาลู เมืองใหญ่ที่สุดในบราซิล มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 22 ล้านคน มากที่สุดในลาตินอเมริกา กำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนน้ำอีกครั้ง ข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของบราซิล ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนในเซาเปาลูต่ำกว่าค่าเฉลี่ยติดต่อกัน 3 ปี อ่างเก็บน้ำหลักที่แจกจ่ายน้ำสำหรับใช้อุปโภคบริโภคเหลือน้ำเพียงร้อยละ 18 ของความจุทั้งหมด มีเพียงร่องรอยลองลำธารเล็กๆ ไหลผ่านดินที่แห้งและแตกระแหง ใกล้เคียงกับสถานการณ์ภัยแล้งเมื่อปี 2014 ที่เคยถูกบันทึกไว้ว่าเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของภูมิภาค
สรุปข่าว
มหานครเซาเปาลู เมืองใหญ่ที่สุดในบราซิล มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 22 ล้านคน มากที่สุดในลาตินอเมริกา กำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนน้ำอีกครั้ง ข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของบราซิล ระบุว่า ปริมาณน้ำฝนในเซาเปาลูต่ำกว่าค่าเฉลี่ยติดต่อกัน 3 ปี อ่างเก็บน้ำหลักที่แจกจ่ายน้ำสำหรับใช้อุปโภคบริโภคเหลือน้ำเพียงร้อยละ 18 ของความจุทั้งหมด มีเพียงร่องรอยลองลำธารเล็กๆ ไหลผ่านดินที่แห้งและแตกระแหง ใกล้เคียงกับสถานการณ์ภัยแล้งเมื่อปี 2014 ที่เคยถูกบันทึกไว้ว่าเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของภูมิภาค
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศมาตรการบริหารจัดการน้ำใหม่ โดยลดแรงน้ำน้ำในท่อประปานานถึง 16 ชั่วโมง จากเดิม 12 ชั่วโมง และหากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำยังลดลงมากไปกว่านี้ ก็อาจต้องใช้มาตรการใหม่ในการแจกจ่ายน้ำเป็นรอบๆ ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชากรหลายล้านคนในมหานครเซาเปาลู
วิกฤตภัยแล้งเกิดบ่อยขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกซึ่งเป็นจุดเสี่ยง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น แต่มีระบบการจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ เมื่อปี 2018 เมืองเคปทาวน์เคยเผชิญกับภัยแล้งรุนแรงจนเกือบถึงวิกฤต “Day Zero” หรือวิกฤตขาดแคลนน้ำจนน้ำประปาหยุดไหล แม้ว่าบราซิลจะมีทรัพยากรน้ำจืดคิดเป็นร้อยละ 12 ของทั้งโลก แต่ส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มแม่น้ำแอมะซอน ซึ่งห่างไกลจากเมือง นอกจากนี้ปัญหามลพิษ การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพต่ำยังซ้ำเติมให้วิกฤตภัยแล้งรุนแรงขึ้นอีกด้วย
- ผลไม้เล็กลง ช็อกโกแลตแพงขึ้น วิกฤต “โลกร้อน” กำลังสั่นคลอนอาหาร
- โลกเข้าใกล้จุดวิกฤต ปี 2026 อาจร้อนเกิน 1.4 องศา ติดกันเป็นปีที่ 4 เร่งภัยพิบัติแรงกว่าเดิม
- ทะเลทรายขยายตัว บีบชาวเมืองย้ายถิ่นฐาน “เติร์กเมนิสถาน” ต่อสู้กับธรรมชาติเพื่ออนาคต
- โลกร้อนบีบ “ป่าแอมะซอน” เข้าสู่สภาวะร้อนจัด เสี่ยงแล้งนาน 150 วันต่อปี
- “อาร์กติก” ร้อนเร็วขึ้น 4 เท่า น้ำแข็งหดตัวเร็วกว่าที่คิด “โลกร้อน” กำลังนิยาม “ฤดูหนาว” ขึ้นใหม่

