40,000 ล้านดอลลาร์ ศึกสแกมออนไลน์ จากชายแดนสู่เวที HRC

Share on Line Share on Facebook Share on X
40,000 ล้านดอลลาร์ ศึกสแกมออนไลน์ จากชายแดนสู่เวที HRC

สี่หมื่นล้านดอลลาร์ จุดตั้งต้นของวาระระดับโลก

ตัวเลขความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกประเมินระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี กลายเป็นแรงผลักสำคัญให้ประเด็นสแกมออนไลน์ถูกยกระดับจากคดีอาชญากรรมไซเบอร์รายวันไปสู่เวทีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

การศึกษาระดับภูมิภาคพบว่ากว่า 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้สํงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยถูกพยายามสแกมภายใน 12 เดือน และประมาณ 1 ใน 4 สูญเสียเงินจากเหตุการณ์ดังกล่าว มูลค่าความเสียหายรวมในรอบปีเดียวถูกประเมินราว 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายงานด้านอาชญากรรมข้ามชาติระบุว่าหากรวมกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งหมด ตัวเลขอาจสูงกว่านั้น

ตัวเลขระดับนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ และการฟอกเงินข้ามพรมแดน ปัญหานี้จึงถูกมองในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชนพร้อมกัน

สีหศักดิ์ กับจังหวะบนเวทีเจนีวา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 16.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครเจนีวา สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมระดับสูงของ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 61

สาระสำคัญคือการยกระดับการปราบปรามออนไลน์สแกมในกรอบสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมทั้งเหยื่อการหลอกลวงทางการเงิน เหยื่อแรงงานบังคับ และผู้ที่ถูกลิดรอนเสรีภาพในศูนย์สแกม

ก่อนหน้านี้ ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามออนไลน์สแกมที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคม และผลักดัน Joint Statement เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระดับโลก การขึ้นเวทีครั้งนี้จึงเป็นการเดินหน้าต่อในกรอบความร่วมมือดังกล่าว

สรุปข่าว

สี่หมื่นล้านดอลลาร์ จุดตั้งต้นของวาระระดับโลก

ตัวเลขความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกประเมินระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี กลายเป็นแรงผลักสำคัญให้ประเด็นสแกมออนไลน์ถูกยกระดับจากคดีอาชญากรรมไซเบอร์รายวันไปสู่เวทีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

การศึกษาระดับภูมิภาคพบว่ากว่า 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้สํงอายุในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เคยถูกพยายามสแกมภายใน 12 เดือน และประมาณ 1 ใน 4 สูญเสียเงินจากเหตุการณ์ดังกล่าว มูลค่าความเสียหายรวมในรอบปีเดียวถูกประเมินราว 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รายงานด้านอาชญากรรมข้ามชาติระบุว่าหากรวมกิจกรรมผิดกฎหมายทั้งหมด ตัวเลขอาจสูงกว่านั้น

ตัวเลขระดับนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ และการฟอกเงินข้ามพรมแดน ปัญหานี้จึงถูกมองในมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสิทธิมนุษยชนพร้อมกัน

สีหศักดิ์ กับจังหวะบนเวทีเจนีวา

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 16.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครเจนีวา สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมระดับสูงของ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 61

สาระสำคัญคือการยกระดับการปราบปรามออนไลน์สแกมในกรอบสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมทั้งเหยื่อการหลอกลวงทางการเงิน เหยื่อแรงงานบังคับ และผู้ที่ถูกลิดรอนเสรีภาพในศูนย์สแกม

ก่อนหน้านี้ ไทยเป็นเจ้าภาพประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามออนไลน์สแกมที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนธันวาคม และผลักดัน Joint Statement เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระดับโลก การขึ้นเวทีครั้งนี้จึงเป็นการเดินหน้าต่อในกรอบความร่วมมือดังกล่าว

ศูนย์สแกม กับตัวเลขแรงงานบังคับหลายแสนคน

รายงานของสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่ามีประชาชนหลายแสนคนถูกค้ามนุษย์ไปทำงานในศูนย์ออนไลน์สแกมทั่วภูมิภาค ตัวเลขที่ถูกอ้างอิงบ่อยคืออย่างน้อย 120,000 คนในเมียนมา และประมาณ 100,000 คนในกัมพูชา

เหยื่อจำนวนมากถูกหลอกด้วยข้อเสนองานเงินเดือนสูง เมื่อเดินทางถึงปลายทางกลับถูกยึดเอกสาร กักขัง และถูกบังคับให้ทำสแกมออนไลน์ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด มีรายงานการทำร้ายร่างกาย การทรมาน และการคุกคามทางเพศ

กรอบวิเคราะห์ขององค์กรสิทธิมนุษยชนจึงจัดวางปัญหานี้ในฐานะการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ มากกว่าการโกงทางการเงินแบบทั่วไป

ไทยในสมการภูมิภาค

ประเทศไทยถูกกล่าวถึงในหลายบทบาท ทั้งประเทศต้นทางของเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานในคอมปาวด์สแกม ประเทศทางผ่าน และประเทศที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

การสำรวจผู้บริโภคในอาเซียนพบว่า 8 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่าตกเป็นเหยื่อสแกมภายในปีเดียว ขณะที่ 84 เปอร์เซ็นต์เห็นว่าปัญหากำลังเพิ่มขึ้น

ศูนย์ต่อต้านออนไลน์สแกมของไทยรายงานการแจ้งความวันละหลายร้อยคดี มูลค่าความเสียหายสะสมในช่วงไม่กี่ปีแตะระดับหลายหมื่นล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบดิจิทัล

เชื่อมประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา

ระหว่างการเยือนเจนีวา สีหศักดิ์มีกำหนดหารือกับ Volker Türk ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

รัฐบาลไทยยืนยันว่าการดำเนินการตามแนวชายแดนเป็นไปตาม Joint Statement และสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม

การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายสร้างความเข้าใจต่อประชาคมโลก และย้ำความตั้งใจสร้างสันติภาพในภูมิภาค ควบคู่การฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองประเทศ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์