นับถอยหลัง ตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” สิ้นสุดยุคสุญญากาศทางการเมือง

Share on Line Share on Facebook Share on X
นับถอยหลัง ตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” สิ้นสุดยุคสุญญากาศทางการเมือง

หลัง กกต. รับรอง สส. เกินร้อยละ 95 ฟันเฟืองประชาธิปไตยก็เริ่มหมุนเร็วขึ้น 

คาดการณ์ว่าวันที่ 12 มีนาคม จะเป็นการเปิดประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานฯ และวันที่ 19 มีนาคม คาดจะเป็นวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อก้าวไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่ผสมผระหว่างภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคเล็ก

โควต้าของภูมิใจไทย ถูกประเมินไว้ที่ 24 ตำแหน่ง แบ่งเป็นโควต้าสายการเมือง 19 ตำแหน่ง ส่วนโควตาคนนอก 5 ตำแหน่งยังคงเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ทั้งหมดถูกวางบทบาทเป็นทีมเทคนิคคุมเศรษฐกิจ การคลัง การต่างประเทศ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ส่วนเก้าอี้ของกระทรวงกลาโหม ที่ยังรอพิจารณาบุคคลความเหมาะสม

 

สรุปข่าว

หน้าตารัฐบาล “อนุทิน 2” จะเป็นอย่างไร เมื่อเส้นทางสู่ทำเนียบรัฐบาลยังไร้อุปสรรค ภูมิใจไทยเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลตามไทม์ไลน์เดิมที่คาดการณ์ว่าจะได้เห็นหน้าตา ครม.ก่อนสงกรานต์ นั่นจะทำให้พรรคสีน้ำเงินทำสถิติตั้งรัฐบาลเร็สที่สุดในรอบ 8 ปี โดยไม่ต้องเผชิญกับภาวะสุญญากาศทางการเมือง เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2562 และ การเลือกตั้งปี 2566

หลัง กกต. รับรอง สส. เกินร้อยละ 95 ฟันเฟืองประชาธิปไตยก็เริ่มหมุนเร็วขึ้น 

คาดการณ์ว่าวันที่ 12 มีนาคม จะเป็นการเปิดประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานฯ และวันที่ 19 มีนาคม คาดจะเป็นวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อก้าวไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่ผสมผระหว่างภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคเล็ก

โควต้าของภูมิใจไทย ถูกประเมินไว้ที่ 24 ตำแหน่ง แบ่งเป็นโควต้าสายการเมือง 19 ตำแหน่ง ส่วนโควตาคนนอก 5 ตำแหน่งยังคงเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ทั้งหมดถูกวางบทบาทเป็นทีมเทคนิคคุมเศรษฐกิจ การคลัง การต่างประเทศ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ

ส่วนเก้าอี้ของกระทรวงกลาโหม ที่ยังรอพิจารณาบุคคลความเหมาะสม

 

ส่วนกระทรวงหลักที่คาดว่าจะอยู่ในมือภูมิใจไทย ล้วนเป็นกระทรวงเศรษฐกิจและกลไกขับเคลื่อนนโยบาย เช่นมหาดไทย คมนาคม อุตสาหกรรม พลังงาน การท่องเที่ยวและกีฬา ไปจนถึงสาธารณสุข
ซึ่งทั้งหมด คือ “แกนยุทธศาสตร์” ที่พรรคต้องการสานต่อนโยบายเดิม และต่อยอดฐานเสียง

โควตา พรรคเพื่อไทย คาดอยู่ที่ 8 ที่นั่ง และมีแนวโน้มได้คุม เกษตรและสหกรณ์ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาธิการ และแรงงาน

ส่วนพรรคเล็ก คาดได้ราว 3 เก้าอี้รวมถึงโควตาของ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็กอื่นๆ
โดยมีความเป็นไปได้ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะอยู่ในสัดส่วนนี้

ความชัดเจนของการจัดสรรเก้าอี้ คาดว่าจะปรากฏหลังการประชุมใหญ่ของ พรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 8–9 มีนาคม ที่ถือเป็นเวทีที่ไม่ใช่เพียงแค่การเคาะรายชื่อรัฐมนตรี แต่ยังเป็นการฟังเสียงสะท้อน และกำหนดทิศทางนโยบายที่จะใช้แถลงต่อรัฐสภา


จากคูหาเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภา สู่ห้องประชุมรัฐสภาช่วงกลางเดือนมีนาคม 

ทุกอย่างกำลังถูกจัดวางตามไทม์ไลน์ และหากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง

ก่อนสงกรานต์นี้ เราคงจะได้เห็น หน้าตา ครม. ที่ชัดเจน และถือเป็นการจัดตั้ง ครม.ที่ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 และ ปี 2566 ซึ่งท้องสองครั้งผู้ชนะเลือกตั้งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จจนเกิดเป็นสุญญากาศทางการเมือง และต้องเปิดทางให้พรรคการเมืองคะแนนอันดับ 2 ขึ้นมารวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลแทนในที่สุด 

ที่มาข้อมูล : TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix