
ท่ามกลางความกังวลเรื่องโครงสร้างธุรกิจที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางเลี่ยงกฎหมายในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ภาครัฐเริ่มเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวระดับประเทศ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18–20 มีนาคม 2569 ได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจในเมืองพัทยา เพื่อตรวจสอบกรณีที่เข้าข่ายใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นแทนต่างชาติ
สรุปข่าว
ท่ามกลางความกังวลเรื่องโครงสร้างธุรกิจที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางเลี่ยงกฎหมายในภาคท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ภาครัฐเริ่มเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการท่องเที่ยวระดับประเทศ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18–20 มีนาคม 2569 ได้บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจในเมืองพัทยา เพื่อตรวจสอบกรณีที่เข้าข่ายใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นแทนต่างชาติ
การตรวจสอบเริ่มจากสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย 4 แห่ง ซึ่งพบลักษณะการใช้สถานที่เดียวกันจดทะเบียนหลายบริษัท อีกทั้งยังพบว่ามีบุคคลไทยรายหนึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมากกว่า 100 แห่ง โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างเรียกชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายหรือไม่
ในส่วนของธุรกิจนำเที่ยว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการบริษัท จนไม่เป็นไปตามคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้มีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจำนวน 4 ราย โดยได้ติดประกาศคำสั่งไว้ที่สถานประกอบการแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจสอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของต่างด้าวจำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นกิจการที่กฎหมายกำหนดข้อจำกัด โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาเชิงลึก หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ข้อมูลเบื้องต้นยังพบว่าในจังหวัดชลบุรี มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 146 ราย ซึ่งบางประเภทเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาต หรือไม่สามารถดำเนินการได้โดยเด็ดขาด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ย้ำว่าการปราบปรามนอมินีเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญ เพื่อป้องกันการบิดเบือนการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย โดยหากพบการกระทำผิดจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด
ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืนคำสั่งศาล อาจถูกปรับรายวันเพิ่มเติมจนกว่าจะยุติการกระทำ
- กระทรวงพาณิชย์ ยืนยัน "สต็อกปุ๋ย" ในประเทศยังมีเพียงพอ พร้อมดูแลเกษตรกรใกล้ชิด ย้ำยังไม่มีการขึ้นราคา ห้ามฉวยโอกาส
- ชลบุรี รวบ 2 วินจยย. คดีล่อลวงเด็ก 15 ปี ปวีณาประสานช่วย
- พาณิชย์ ออก 4 กฎ คุมเข้มการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์–ข้าวสาลี ปี 2569
- พาณิชย์ ลดเป้าส่งออกข้าวไทยปี 69 อยู่ที่7ล้านตัน
- ซื้อบ้านวันนี้ = พรุ่งนี้ขาดทุน? "วิกฤตอสังหาฯจีน" กู่ไม่กลับ ส่อดิ่งยาวอีก 2 ปี
บรรณาธิการออนไลน์
