เปิดแผน "2 เรือน้ำมันไทย" ประวิงเวลาส่งน้ำมันช้า ฟาดกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดแผน "2 เรือน้ำมันไทย" ประวิงเวลาส่งน้ำมันช้า ฟาดกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท

เปิดพฤติกรรม 2 เรือน้ำมันไทยต้องสงสัย จอดกลางอ่าวไทย ส่อประวิงเวลา “ส่งน้ำมันล่าช้า” รอราคาขึ้น คาดฟาดกำไร 48 ล้านบาทชั่วข้ามคืน


หากยังจำกันได้ดี หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยก็เผชิญกับปัญหาน้ำมันขาดแคลนตามปั๊มต่าง ๆ อย่างหนักในช่วงวันที่ 21-25 มีนาคม แต่เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม ปรากฏว่า วันถัดไปกลับมีน้ำมันขายตามปกติทันที 


เรื่องนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยแก่ประชาชนว่า มี “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ ? 


“2 เรือน้ำมันไทย” ต้องสงสัยส่งล่าช้ากว่ากำหนด


พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) แถลงพบเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของไทย มีพฤติกรรมผิดปกติ เดินเรือล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ โดยเฉพาะข้อมูลในช่วงวันที่ 24-26 มีนาคม 2569 ที่พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่งอย่างชัดเจน


จากการสุ่มตรวจเรือที่ออกจากโรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่ง เบื้องต้นพบความผิดปกติชัดเจนใน 2 ลำแรก


เรือลำที่ 1 บรรทุกน้ำมันเบนซินและดีเซลรวม 3,200,348 ลิตร เส้นทางจากระยอง-สุราษฎร์ธานี ออกเดินทางโรงกลั่นน้ำมันช่วงเย็นวันที่ 24 มีนาคม กำหนดการเดิมจะต้องถึงวันที่ 25 มีนาคม เวลา 18.00 น. แต่วันที่ 24 มีนาคม พบว่า จอดทิ้งสมอแช่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงภาคตะวันออก และ 26 มีนาคม จอดรออยู่ในทะเลภาคใต้อีกครั้ง ก่อนเข้าไปที่คลังปลายทาง ล่าช้ากว่ากำหนด 34 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะใช้เวลาเดินทาง 25 ชั่วโมง 


เรือลำที่ 2 บรรทุกน้ำมันเบนซินและดีเซลรวม 5,104,273 ลิตร เส้นทางจากระยอง-กรุงเทพฯ ออกเดินทางโรงกลั่นน้ำมันวันที่ 25 มีนาคม กำหนดการเดิมต้องถึงในวันเดียวกัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 8 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ พบว่า เรือจอดอยู่กลางทะเลวันที่ 25 มีนาคม จากนั้นวันที่ 26 มีนาคมช่วงบ่าย ถอดสมอและออกเดินทาง ก่อนจะถึงคลังปลายทางวันที่ 26 มีนาคมช่วงเย็น ล่าช้ากว่ากำหนด 30 ชั่วโมง 

สรุปข่าว

รอง ผบ.ตร. แถลงพบ พฤติกรรม "2 เรือน้ำมันไทย" ต้องสงสัยจอดกลางอ่าวไทย ส่อประวิงเวลา ส่งน้ำมันล่าช้า เพื่อรอราคาขึ้น คาดฟาดกำไร 48 ล้านบาทชั่วข้ามคืน ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญ "วิกฤตพลังงาน" จาก "สงครามอิหร่าน"

เปิดพฤติกรรม 2 เรือน้ำมันไทยต้องสงสัย จอดกลางอ่าวไทย ส่อประวิงเวลา “ส่งน้ำมันล่าช้า” รอราคาขึ้น คาดฟาดกำไร 48 ล้านบาทชั่วข้ามคืน


หากยังจำกันได้ดี หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยก็เผชิญกับปัญหาน้ำมันขาดแคลนตามปั๊มต่าง ๆ อย่างหนักในช่วงวันที่ 21-25 มีนาคม แต่เมื่อรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม ปรากฏว่า วันถัดไปกลับมีน้ำมันขายตามปกติทันที 


เรื่องนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยแก่ประชาชนว่า มี “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรหรือไม่ ? 


“2 เรือน้ำมันไทย” ต้องสงสัยส่งล่าช้ากว่ากำหนด


พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) แถลงพบเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของไทย มีพฤติกรรมผิดปกติ เดินเรือล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ โดยเฉพาะข้อมูลในช่วงวันที่ 24-26 มีนาคม 2569 ที่พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่งอย่างชัดเจน


จากการสุ่มตรวจเรือที่ออกจากโรงกลั่นน้ำมัน 5 แห่ง เบื้องต้นพบความผิดปกติชัดเจนใน 2 ลำแรก


เรือลำที่ 1 บรรทุกน้ำมันเบนซินและดีเซลรวม 3,200,348 ลิตร เส้นทางจากระยอง-สุราษฎร์ธานี ออกเดินทางโรงกลั่นน้ำมันช่วงเย็นวันที่ 24 มีนาคม กำหนดการเดิมจะต้องถึงวันที่ 25 มีนาคม เวลา 18.00 น. แต่วันที่ 24 มีนาคม พบว่า จอดทิ้งสมอแช่อยู่บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงภาคตะวันออก และ 26 มีนาคม จอดรออยู่ในทะเลภาคใต้อีกครั้ง ก่อนเข้าไปที่คลังปลายทาง ล่าช้ากว่ากำหนด 34 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะใช้เวลาเดินทาง 25 ชั่วโมง 


เรือลำที่ 2 บรรทุกน้ำมันเบนซินและดีเซลรวม 5,104,273 ลิตร เส้นทางจากระยอง-กรุงเทพฯ ออกเดินทางโรงกลั่นน้ำมันวันที่ 25 มีนาคม กำหนดการเดิมต้องถึงในวันเดียวกัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 8 ชั่วโมง แต่เจ้าหน้าที่ พบว่า เรือจอดอยู่กลางทะเลวันที่ 25 มีนาคม จากนั้นวันที่ 26 มีนาคมช่วงบ่าย ถอดสมอและออกเดินทาง ก่อนจะถึงคลังปลายทางวันที่ 26 มีนาคมช่วงเย็น ล่าช้ากว่ากำหนด 30 ชั่วโมง 

ฟันกำไรชั่วข้ามคืน 48 ล้านบาท ?


พล.ต.อ.ธัชชัย ชี้แจงว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม ทำให้ผู้ประกอบการอาจสามารถสร้างกำไรส่วนต่างจากการประวิงเวลาเข้าเทียบท่าได้ 


สำหรับเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ หากพิสูจน์ว่ากระทำผิดจริง เพื่อให้ราคาน้ำมันลอยตัวสูงขึ้น จะทำกำไรส่วนรวมกันสูงถึง 48 ล้านบาทชั่วข้ามคืน 


รอง ผบ.ตร. เน้นย้ำถึงกำไรส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นหลายสิบล้านบาทเพียงชั่วข้ามคืน จากการขนส่งล่าช้า ทำให้เข้าข่ายลักษณะของการประวิงเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่า สาเหตุของการล่าช้าคืออะไร ? เป็นพฤติการณ์การจงใจ หรือ เหตุสุดวิสัย จะเน้นใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ นอกเหนือจากพยานบุคคล มาหักล้างข้ออ้างเรื่องเหตุสุดวิสัย เช่น ตรวจสอบ Log File ของเรือ, ข้อมูลระดับน้ำขึ้น-น้ำลง ในช่วงเวลานั้น และ ความหนาแน่นของท่าเรือ เพื่อพิสูจน์ว่าเรือตั้งใจจอดรอจริงหรือไม่

หากประวิงเวลาจริง จะได้รับโทษอะไรบ้าง ?


การเข้าตรวจสอบเรือทั้งสองลำในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด อาทิ การประวิงเวลาการเดินเรือเพื่อเก็งกำไร หรือการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด


พล.ต.อ.ธัชชัย เผยว่า หากพิสูจน์ได้ว่า เรือบรรทุกน้ำมันทั้ง 2 ลำของไทยผิดจริง จะต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 30 พ.ร.บ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 "ห้ามกักตุนสินค้าควบคุมเกินปริมาณ, ซุกซ่อนสถานที่เก็บ, ปฏิเสธการขาย หรือจงใจประวิงการจำหน่ายและส่งมอบโดยไม่มีเหตุผลสมควร" ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


แถลงข่าวผลการปฏิบัติการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยในพื้นที่อ่าวไทย โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ วันที่ 21 เมษายน 2569

https://law.dit.go.th/Upload/Document/76047cb8-06ff-459e-8d71-7ee1d63ee507.pdf

https://www.facebook.com/share/p/14ZBRrv3Ny3/