Solar Rooftop ทางเลือกพลังงานใหม่ บ้านยุคประหยัดไฟ 6 เรื่องต้องรู้ก่อนติดตั้ง?

Share on Line Share on Facebook Share on X
Solar Rooftop ทางเลือกพลังงานใหม่ บ้านยุคประหยัดไฟ 6 เรื่องต้องรู้ก่อนติดตั้ง?

ค่าไฟขึ้น…ถึงเวลาคิดใหม่กับ “Solar Rooftop” ?

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายครัวเรือนเริ่มรู้สึกตรงกันว่า “ค่าไฟขึ้นอีกแล้วเหรอ?” โดยเฉพาะบ้านที่ใช้เครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง หรือทำงานที่บ้านแทบทั้งวัน ค่าไฟหลักพันปลาย ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นต่อเดือนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “Solar Rooftop” หรือการติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน จึงกลายเป็นทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะการลงทุนเพื่อลดค่าไฟในระยะยาว

Solar Rooftop คืออะไร?

Solar Rooftop คือระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย หรือบนอาคารต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ หรือส่งขายไฟฟ้าในราคาพิเศษคืนให้กับหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์ของการการติดตั้ง Solar rooftop เพื่อผลิตไฟเองในบ้าน จะสามารถลดค่าไฟฟ้าในบ้าน 

โดยให้แผงโซล่าร์ช่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าในตอนกลางวัน (ตอนที่มีแดด) สามารถใช้งานตอนไม่มีไฟ หรือไฟดับ ซึ่งต้องใช้ แบตเตอรี่ เป็นตัวช่วยกักเก็บพลังงาน รวมทั้งใช้กับกิจกรรมที่ไม่สะดวกที่จะใช้ไฟจากการไฟฟ้า เช่น ปั้มน้ำที่อยู่นอกบ้าน บ่อน้ำ ไฟถนน ไฟริมรั้ว กล้องวงจรปิดนอกตัวอาคาร เป็นต้น รายละเอียดติดตั้งสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน 

สรุปข่าว

ค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน “Solar Rooftop” หรือระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะการลงทุนระยะยาว แต่ก่อนตัดสินใจติดตั้ง มีหลายปัจจัยสำคัญที่ควรรู้ ตั้งแต่ความคุ้มค่า ขนาดระบบ ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน เพื่อให้การลงทุนครั้งนี้ตอบโจทย์ทั้งการประหยัดและการใช้งานได้อย่างแท้จริง

ค่าไฟขึ้น…ถึงเวลาคิดใหม่กับ “Solar Rooftop” ?

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายครัวเรือนเริ่มรู้สึกตรงกันว่า “ค่าไฟขึ้นอีกแล้วเหรอ?” โดยเฉพาะบ้านที่ใช้เครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง หรือทำงานที่บ้านแทบทั้งวัน ค่าไฟหลักพันปลาย ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นต่อเดือนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “Solar Rooftop” หรือการติดแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน จึงกลายเป็นทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะการลงทุนเพื่อลดค่าไฟในระยะยาว

Solar Rooftop คืออะไร?

Solar Rooftop คือระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย หรือบนอาคารต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ หรือส่งขายไฟฟ้าในราคาพิเศษคืนให้กับหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์ของการการติดตั้ง Solar rooftop เพื่อผลิตไฟเองในบ้าน จะสามารถลดค่าไฟฟ้าในบ้าน 

โดยให้แผงโซล่าร์ช่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าในตอนกลางวัน (ตอนที่มีแดด) สามารถใช้งานตอนไม่มีไฟ หรือไฟดับ ซึ่งต้องใช้ แบตเตอรี่ เป็นตัวช่วยกักเก็บพลังงาน รวมทั้งใช้กับกิจกรรมที่ไม่สะดวกที่จะใช้ไฟจากการไฟฟ้า เช่น ปั้มน้ำที่อยู่นอกบ้าน บ่อน้ำ ไฟถนน ไฟริมรั้ว กล้องวงจรปิดนอกตัวอาคาร เป็นต้น รายละเอียดติดตั้งสามารถสอบถามได้ที่ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน 

6 ข้อควรรู้ ในการติดตั้ง “Solar Rooftop”

เพจกระทรวงพลังงาน โพสต์ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านพลังงานมีการพัฒนาและนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆด้าน อย่างการใช้โซลาร์เซลล์ เพื่อลดการใช้พลังงาน เริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น มีราคาที่ถูกลงจนสามารถนำมาติดเพื่อใช้ในครัวเรือนได้ วันนี้ทางกระทรวงพลังงานขอนำเสนอ 6 ข้อควรรู้ ในการติดตั้ง “Solar Rooftop” กัน

1.ตรวจสอบค่าไฟย้อนหลัง

เราต้องตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่เราจะติดตั้ง ว่าที่ผ่านมา ราว 3 เดือนถึง 1 ปีนั้น เราใช้ไฟฟ้าไปในปริมาณมาก-น้อย ขนาดไหน เพราะตรงนี้จะเป็นแนวทางให้เราทราบว่า เราจะต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังผลิตเท่าใด

2.สำรวจการใช้เทียบกลางวันและกลางคืน

ส่วนนี้จะนำมาใช้เพื่อเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งในตอนกลางวัน และกลางคืน ว่าเราจะสามารถลดค่าไฟในช่วงกลางวันไปได้เท่าใดหากเราตัดสินใจติดตั้ง

3.ตรวจสอบค่าใช้จ่าย

ปัจจุบันค่าใช้จ่ายสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ มีราคาที่ถูกลงกว่าสมัยก่อนมาก เราสามารถเทียบค่าใช้จ่ายได้จากผู้ให้บริการติดตั้งหลายๆรายเพื่อทำการตรวจสอบราคา และผู้ให้บริการส่วนใหญ่ มักจะรวมค่าใช้จ่ายทุก ๆ อย่างแล้ว เช่น ค่าบริการติดตั้ง ค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตติดตั้ง จากนั้นนำมาเปรียบเทียบดูกับค่าไฟฟ้าที่จะลดลงไปในแต่ละเดือน ซึ่งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ จะช่วยให้ค่าไฟฟ้าลดลงในระยะยาว

4.สำรวจพื้นที่และเตรียมยื่นเรื่องขออนุญาต

เมื่อผ่านขั้นตอนข้างต้นมาแล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอนยื่นเรื่องขออนุญาตติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่เขตโยธาท้องถิ่นที่เราอาศัยอยู่ โดยจะส่งวิศวกรมาสำรวจสถานที่หรือหลังคาบ้านของเราว่ามีความพร้อมในการติดตั้งและปลอดภัยหรือไม่ จากนั้นจะต้องทำเรื่องขออนุญาตการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในเขตพื้นที่ที่บ้านเราตั้งอยู่ รวมทั้งยื่นเรื่องที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อตรวจสอบและสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ โดย กกพ.จะพิจารณาว่าเราสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้หรือไม่

5.เริ่มติดตั้ง

หลังจากผ่านการยื่นเรื่องและได้รับอนุญาตแล้ว จากนี้เป็นขั้นตอนการติดตั้ง โดยจะต้องเลือกทั้งบริษัทที่ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ที่ใช้จะต้องมีคุณภาพ และได้มาตรฐาน

6.การใช้งาน การดูแลรักษา และการรีไซเคิล

หลังการใช้งานมาสักระยะ อาจต้องมีการล้างแผงโซลาร์เซลล์ไม่ให้มีฝุ่น หรือสิ่งสกปรกมาเกาะ เพราะจะลดประสิทธิภาพการผลิตพลังงานไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์ได้ แผงโซลาร์เซลล์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานนั้น หากมีการดูแลรักษาที่ดี สามารถใช้งานนานประมาณ 25-30 ปีเลยทีเดียว และเมื่อแผงโซลาร์หมดอายุการใช้งาน เราจำเป็นต้องนำแผงฯ เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีนำร่องที่สามารถรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ได้แล้ว

การติดตั้งโซลาร์เซลล์ จัดเป็นหนึ่งในวิถีใหม่ที่ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว แถมยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว


กพช. ปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท

ที่ประชุม กพช. วันนี้พิจารณา 2 เรื่องหลัก คือ การปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ

1.เห็นชอบการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสาหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 และปรับปรุงอัตราการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

2. มอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณานำเงินผลประหยัดจากมูลค่าการจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซของโรงแยกก๊าซ (Bypass Gas) จำนวน 369,568,004.06 บาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft ในงวดเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน

3.ให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ร่วมกับ กกพ. ศึกษาแนวทางการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาให้กับบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับบ้านอยู่อาศัยดังกล่าว ในอัตราค่าไฟที่เหมาะสมและเป็นธรรม และนำเสนอผลการศึกษาต่อ กพช. โดยเร็ว

ส่งเสริมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป Solar Rooftop

1. เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมฯ ในรูปแบบ Net Billing โดยกำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 MW ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี

2. มอบหมายให้ กกพ. ดำเนินการออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) และอุปกรณ์รองรับ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับโครงการได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

“ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินการตามมติอย่างเป็ยรูปธรรม โดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ซึ่งบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยแรก คิดเป็นกว่า 20 ล้านครัวเรือน จะได้ประโยชน์อัตราค่าไฟเฉลี่ยที่ลดลง และหน่วยละ 3 บาทสำหรับ สำหรับที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย“

ติดโซลาร์รูฟท็อป ลดภาษีได้ 2 แสนบาท

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากมีประกาศราชกิจจานุเบกษาประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีส่งเสริมพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นทางการ ประชาชนผู้สนใจติดโซลาร์รูฟท็อป สามารถใช้สิทธิประโยชน์นี้ได้ทันที ซึ่งการติดโซลาร์รูฟท็อป ติดแล้วได้กำไรถึง 3 ต่อ 

โดยต่อที่ 1 ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้แล้ว ต่อที่ 2 สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท และต่อที่ 3 ช่วยเป็นส่วนหนึ่งในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ คาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 15.28 ล้านตันต่อปี โดยมาตรการนี้ จะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนในประเทศกว่า 2.4 แสนล้านบาท 

สำหรับบุคคลธรรมดาที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน สามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุด ไม่เกิน 200,000 บาท แต่การติดตั้งต้องเป็นระบบ On-Grid ที่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า (กฟน. หรือ กฟภ.) และต้องใช้หลักฐาน ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูป (e-Tax Invoice) เท่านั้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571

โดยมาตรการภาษีส่งเสริมพลังงานสะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ไม่เพียงแต่ส่งเสริมให้ประชาชนติดโซลาร์รูปท็อปเท่านั้น ยังส่งเสริมให้ภาคธุรกิจได้สิทธิเช่นกัน โดยหักรายจ่ายเครื่องจักร/วัสดุประหยัดพลังงานได้ 1.5 เท่า ส่วนสำหรับบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ตามมาตรา 40(5)-(8) และนิติบุคคล ที่ลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรหรือวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สามารถนำเงินลงทุนมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 1.5 เท่า (เท่ากับได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 50% ของค่าใช้จ่ายจริง) 

โดยอุปกรณ์ที่ร่วมรายการ ต้องเป็นของใหม่ที่มีมาตรฐานประสิทธิภาพสูง อาทิ ปั๊มความร้อน (Heat Pump) สีทาผนัง หรือกระจกกันความร้อน และเครื่องใช้ไฟฟ้าฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน เบอร์ 5 ระดับสูงสุด ทั้งนี้ ต้องไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ซ้ำซ้อนจากมาตรการอื่น (เช่น BOI หรือ EEC) และต้องมีใบกำกับภาษีแบบ e-Tax Invoice

“ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาด การออกมาตรการลดภาษีสำหรับติดโซลาร์รูฟท็อปสำหรับประชาชน และมาตรการหักรายจ่ายเครื่องจักร/วัสดุประหยัดพลังงานสำหรับภาคเอกชน ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่กระทรวงพลังงาน พยายามผลักดักเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ช่วยชาติลดการนำเข้าพลังงาน คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและอุตสาหกรรมได้มากขึ้น 

การลดหย่อนภาษีก็จะช่วยจูงใจให้มีการติดตั้ง/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์ กระทรวงพลังงานยังคงมุ่งผลักดันมาตรการต่างๆ ให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” นายอรรถพล กล่าว

 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำหรับ มาตรการลดหย่อยภาษีสำหรับ Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัย โทร 08 1625 8055 , 08 0425 1495 และ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ที่ โทร 02 2259789

ที่มาข้อมูล : กระทรวงพลังงาน/TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : AFP