
สรุปข่าว
ปัจจัยติดตาม
1.แบงก์ชาติจีนตรึงดอกเบี้ยเงินกู้ฯ หวังรักษาสภาพคล่องในระบบ
ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปีวงเงิน 1.5 แสนล้านหยวน หรือราว 23,520 ล้านดอลลาร์ซึ่งปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงิน ไว้ที่ร้อยละ 2.85 เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบธนาคารให้มีปริมาณมากพอ ซึ่งการดำเนินการของธนาคารกลางจีน เกิดขึ้นท่ามกลางการเรียกร้องจากรัฐบาลจีน ที่ต้องการให้ธนาคารกลาง ดำเนินมาตรการกระตุ้นด้านการเงินมากขึ้นเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงก็ตาม
แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ในอัตราร้อยละ 0.25 สำหรับสถาบันการเงินทุกแห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจจริง และช่วยลดต้นทุนทางการเงินอย่างครอบคลุม โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน ยกเว้นสถาบันการเงินที่มีการกันสำรองอยู่ที่ร้อยละ 5 อยู่แล้ว ธนาคารกลางระบุว่า หลังการปรับลด RRR ในครั้งนี้ จะทำให้ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ RRR สำหรับสถาบันการเงินของจีน จะอยู่ที่ร้อยละ 8.1 พร้อมกับยืนยันด้วยว่าธนาคารกลาง จะยังคงใช้นโยบายการเงินอย่างรอบคอบต่อไป
2.เครดิตสวิสคาดเศรษฐกิจจีนโตเกินเป้า จาก 3 เหตุผลสนับสนุน
นายอี้ เดวิด หวัง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนจากธนาคารเครดิตสวิส กรุ๊ป เอจี คาดการณ์ว่า GDP ของจีนจะเติบโตที่ร้อยละ 5.9 ในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 5.5
โดยการคาดการณ์ของหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนรายนี้ อ้างอิงจาก 3 เหตุผลหลัก 1.คือการปิดเมืองเพื่อสกัดโควิด จะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้อยกว่าการบริโภค 2.คือการลงทุนของภาครัฐและเอกชนจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสุดท้ายคือ การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน ที่ยังสามารถเติบโตได้อีกแม้ยอดขายลดลง เนื่องจากโครงการในปัจจุบันยังต้องเดินหน้าก่อสร้างให้แล้วเสร็จ และอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่นายหวังให้น้ำหนัก คือ ข้อมูลยอดส่งออกล่าสุด บ่งชี้ว่าทั่วโลกยังต้องการสินค้าจากจีนเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ โดยยอดส่งออกยังคงเติบโตสูงกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรจีน (GAC) รายงานล่าสุดว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ยอดส่งออกของจีนทะยานขึ้นร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 5.23 ล้านล้านหยวน หรือราว 8.217 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 สู่ระดับ 4.19 ล้านล้านหยวน หรือ 6.583 แสนล้านดอลลาร์
3.ไทยจ่อยกเลิก "Test & Go" เดือนหน้า ชงศบค.ชุดใหญ่พิจารณา
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุมศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่จะประชุมกันในวันที่ 22 เมษายนนี้ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอให้ ศบค.พิจารณายกเลิกระบบ Test & Go สำหรับการเดินทางเข้ามาในประเทศ โดยจะให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 65 เป็นต้นไป
เบื้องต้น แนวทางในการยกเลิกระบบ Test & Go นั้น คือนักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน Thailand Pass โดยจะต้องมีหลักฐานเป็นผลตรวจยืนยันปลอดโควิด-19 จากประเทศต้นทาง หรือจะเข้ามาตรวจ ATK เมื่อเดินทางเข้ามาถึงในประเทศไทย รวมทั้งจะต้องมีหลักฐานการได้รับวัคซีนป้องกันโควิดมาแล้วอย่างน้อย 2 เข็ม ซึ่งแนวทางนี้จะใช้กับคนไทยที่ไปต่างประเทศ แล้วเดินทางกลับเข้ามาด้วยเช่นกัน ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ปีนี้ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยราว 5 หมื่นถึง 6 หมื่นคน ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงสงกรานต์นี้เช่นกัน
#แบงก์ชาติ #แบงก์จีน #ดอกเบี้ย #TNNWealth #TNNช่อง16
ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line @TNNWEALTH : https://lin.ee/TQ14oAe
• Facebook : https://www.facebook.com/TNNWealth
—————————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
- อาเซียน-จีน ประชุมกรอบความร่วมมือใช้เอไอในงานสื่อมวลชน
- จีนประณามรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวหาใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือต่อรอง
- จีนเลิก "แบน" อาหารทะเลญี่ปุ่น จ่อนำเข้าอีกครั้ง
- "คนจีน" ไม่กล้าใช้จ่าย 80 % หันออมเงิน แม้ดอกเบี้ยต่ำ
- เกาหลีใต้หั่นดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 พร้อมลดอีก
- เมื่อจีนใช้มังกรน้อย พลิกฟื้นชนบท (ตอน 1) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand