
สรุปข่าว
วันนี้( 1 ก.ค.64) นายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด (LINE BK) ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL ที่อาจเร่งตัวขึ้นหากสเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อเนื่องออกไปอีก โดยในภาพรวมทั้งระบบ ตัวเลข NPL ยังดูไม่รุนแรง ยังถูกพยุงด้วยมาตรการการช่วยเหลือทางภาครัฐและสถาบันการเงิน ทั้งการพักชำระหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งหากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวภายหลังจากมาตรการต่างๆหมดไป แนวโน้มหนี้ ก็จะ NPL จะกลับมา ซึ่งในส่วนของ LINE BK ตัวเลข NPL ขณะนี้อยู่ที่ 2% และตั้งเป้าหมายบริหารจัดการให้ไม่เกิน 5% โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นหลัก เนื่องจากตัวเลขเอ็นพีแอลในปัจจุบันของ LINE BK ยังสะท้อนภาพออกมาไม่เต็มที่เพราะยังเป็นสินเชื่อใหม่ จำนวนลูกค้าที่ผิดนัดชำระหนี้ยังมีจำนวนไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้กลุ่มที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด คือกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ และกลุ่มที่มีรายได้ประจำแต่อยู่ในธุรกิจที่ถูกกระทบรุนแรง อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งสถาบันการเงินจะต้องช่วยรักษาความสามารถในการชำระหนี้ ขณะที่รัฐบาลมีแนวทางที่จะให้สถาบันการเงินปรับลดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยยังอยู่ระหว่างการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งส่วนตัวมองว่า อาจทำให้ลูกหนี้รายใหม่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินมีการปรับเหลักเกณฑ์สินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น แม้จะเป็นการลดภาระให้กับลูกหนี้รายเก่า แต่ปัจจุบันการเติมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และการพักชำระหนี้ระยะยาวจนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนจะเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการมากกว่า
สำหรับ LINE BK ได้เปิดให้บริการ โซเชียลแบงก์กิ้งมาแล้วเป็นเวลากว่า 254 วัน นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา มีจำนวนลูกค้าแล้วจำนวน 2.8 ล้านคน มีธุรกรรมการเงินรวมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยด้านสินเชื่อปัจจุบันมียอดคงค้างประมาณ 9,000 ล้านบาท มียอดสมัครวงเงินให้ยืม 4 ล้านใบสมัคร อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 3.5 แสนบัญชี เฉลี่ยวงเงินสินเชื่ออยู่ที่ 35,000 บาท อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 20-25% ส่วนสินเชื่อนาโนอยู่ที่ 11,000 บาท ดอกเบี้ยอยู่ที่ 33% คิดเป็นยอดวงเงินเบิกใช้รวมกว่า 14,000 ล้านบาท ในสัดส่วนลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ 59% และกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ 41%
ทั้งนี้ ยังมองว่า LINE BK นับเป็นโซเชียลแบงก์กิ้ง ที่มีความได้เปรียบกว่าผู้เล่นรายอื่น ด้วยจุดเด่นเรื่องความแตกต่าง ความง่าย สะดวก สบาย โดยเฉพาะการผูกบัญชีกสิกรผ่านไลน์ และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าจากฐานข้อมูลของไลน์และกสิกร ซึ่งช่วยให้การทำธุรกรรมการเงินสะดวกมากขึ้น แต่เนื่องจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้ไลน์เน้นการดูแลและช่วยเหลือลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าสินเชื่อ ในการรักษาระดับความสามารถในการชำระหนี้ ดูแลคุณภาพสินเชื่อไม่ให้เกิดปัญหา NPL ในช่วงนี้
ส่วนในครึ่งปีหลังมองว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีความยืดเยื้อ กระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ขณะเดียวกันยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางใด บริษัทจึงยังคงเน้นการดูแลช่วยเหลือลูกหนี้มากกว่าการขยายสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ แต่คาดว่าทั้งปี 2564 ยอดสินเชื่อจะแตะ 10,000 ล้านบาทได้ และจะยังไม่มีการปรับเป้าหมายในขณะนี้ จนกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง
- หุ้นแบงก์ยังน่าเล่นไหม กูรูชวนเทียบหุ้นแบงก์ หลังสินเชื่อลด - การบริโภคอ่อนแอ
- "ธนาคารแห่งประเทศไทย"ชี้งบ 1.57 แสนล้าน ช่วย"เศรษฐกิจ"ปรับตัวได้
- เกาหลีใต้หั่นดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 พร้อมลดอีก
- "ธปท."แจ้ง"ครม."ตีกรอบใช้งบ 1.57 แสนล้าน
- แบงก์ชาติยกระดับปรับปรุงเกณฑ์เปิดบัญชีใหม่ "สกัดบัญชีม้า"
- ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์หดตัว 3 ไตรมาสติด
- เงินบาทเช้านี้ 19 พ.ค. เปิดตลาด “แข็งค่าขึ้น” ที่ระดับ 33.19 บาท/ดอลลาร์
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
