
สรุปข่าว
วันนี้ (7 พ.ย. 67) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร ทูตพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามนโยบายและขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลว่า ได้ประชุมติดตามนโยบายและขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นโยบายของกระทรวงฯ สอดคล้องกับรัฐบาล ทั้งภารกิจในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสั่งการให้ทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดทำงานร่วมกัน เพื่อเร่งหาโอกาสด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนให้กับประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการเตรีนมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำสหรัฐฯ หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 หากไทยวางท่าทีที่เป็นกลาง และเป็นมิตรกับทุกประเทศอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ยุโรป ตะวันออกกลาง ฯลฯ จะเป็นประโยชน์มาก เพราะทุกประเทศต้องการทำการค้าและลงทุนด้วย และเชื่อว่า ไทยจะเพิ่มการส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ หากสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีนที่ดำเนินอยู่แล้วจะรุนแรงขึ้น เพราะสหรัฐฯ จะนำเข้าสินค้าจากไทยทดแทนการนำเข้าจากจีน และเพื่อประโยชน์ต่อการส่งออก อยากเห็นค่าเงินบาทอยู่ที่ 36 - 37 บาท/ดอลลาร์
นายพิชัย กล่าวถึงเรื่องการลงทุนว่า เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ว่าใครจะมีความขัดแย้ง แต่เราจะหาโอกาสที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้จะเห็นการลงทุนจากสหรัฐฯ เข้ามามากขึ้น บริษัทขนาดใหญ่ขยายการลงทุนด้านฮาร์ดดิสก์ อาทิ Seagate, Western Digital และวันที่ 25 - 27 พ.ย.นี้ คณะนักธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียนจะมาไทยอีก เชื่อว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์เต็มที่
ส่วนกรณีที่นายทรัมป์ มีนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ 10 - 20% และไทยอาจตกเป็นเป้าหมาย เพราะไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯมาอย่างต่อเนื่องนั้น
นายพิชัย กล่าวว่า โดยพื้นฐานของคนอเมริกันจะให้ประโยชน์กับคนที่ให้ประโยชน์กับเขา ถ้าเรามีประโยชน์แลกเปลี่ยนกันก็ไม่น่ามีปัญหา และเขาก็ไม่น่าจะติดใจอะไร หากการได้ดุลการค้าของไทยมาจากการส่งออกสินค้าที่ลงทุนโดยนักลงทุนสหรัฐฯ ในไทย สหรัฐฯ ก็จะไม่บล็อกเรา โดยสิ่งที่เราแลกกับสหรัฐฯ ขณะนี้ น่าจะเป็นเรื่องการที่ไทยเปิดกว้างรับการลงทุนจากสหรัฐฯ และให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนสหรัฐฯ อย่างเต็มที่
นายพิชัย ระบุทิ้งท้ายอีกว่า การเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ผมอยากให้มองในแง่ดี ไม่อยากให้มองแง่ลบ และมองว่า ไทยจะได้ประโยชน์มากจากการย้ายฐานการผลิต การส่งออกสินค้าไปทดแทนจีน โดยกลุ่มสินค้าที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการส่งออกทดแทนจีน เช่น อาหาร อารหารแปรรูป เป็นต้น
ส่วนกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานผลิต เช่น กลุ่มสินค้าไฮเทค โดยมองว่า การส่งออกของไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาจขยายตัวได้ถึง 4 - 5% หากกลุ่มที่ย้ายผลิตมาไทย เริ่มส่งออกได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 4 - 5% ต่อปีเช่นกัน
ภาพจาก: AFP
- ทรัมป์ถอน “จาเร็ด ไอแซกแมน” เพื่อนอีลอน มัสก์ ออกจากการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารองค์การนาซาคนใหม่
- ทรัมป์ลุยเพิ่มภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม 50% หวังดันอุตสาหกรรมในประเทศ
- "ทรัมป์" ชื่นชม "อีลอน มัสก์" ย้ำมัสก์ไม่ได้ลาขาดจาก DOGE จะกลับมาเป็นพัก ๆ
- ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากเดิม 25 เปอร์เซ็นต์ เป็น 50 เปอร์เซ็นต์
- วิกฤตหนี้สหรัฐฯ "36 ล้านล้านเหรียญ" ที่ "ทรัมป์" ต้องแบกหลังแอ่น
- ภาษีทรัมป์ยังมีผลบังคับใช้ หลังศาลอุทธรณ์ไม่สั่งระงับการขึ้นภาษี
- รัฐบาลทรัมป์ออกคำสั่งให้ระงับสัมภาษณ์ “วีซ่านักเรียนใหม่” มันหมายความว่าอย่างไร และ จะส่งผลกระทบต่อใครบ้าง
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand