78% บริษัทไทยถูกโจมตีด้วยแคมเปญข้อมูลบิดเบือน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวม

Share on Line Share on Facebook Share on X
78% บริษัทไทยถูกโจมตีด้วยแคมเปญข้อมูลบิดเบือน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวม

จากรายงานความมั่นคงโลกของ Allied Universal และ G4S ชี้ว่า ข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับธุรกิจไทย โดย 78% ของบริษัทรายงานว่าเผชิญการโจมตีในปีที่ผ่านมา ขณะที่ 60% ของหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่ากว่าครึ่งของผู้ไม่ประสงค์ดีมีแรงจูงใจจากข้อมูลเท็จ ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับสองของโลก นอกจากนี้ยังคาดว่าการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญจะเป็นภัยคุกคามภายในหลักในปีหน้า


การสำรวจนี้ครอบคลุมการสำรวจความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (CSO) จำนวน 2,352 รายใน 31 ประเทศ รวมรายได้องค์กรกว่า 25 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับในประเทศไทย ได้มีการสำรวจ CSO จำนวน 58 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจในวงกว้างที่ประกอบด้วย CSO ทั้งหมด 464 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ 53% ของ CSO ในไทยคาดว่าความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจจะเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการดำเนินงานในปีหน้า

สรุปข่าว

รายงานความมั่นคงโลกโดย Allied Universal และ G4S พบข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อธุรกิจไทย ● การสำรวจความปลอดภัยระดับโลกจากหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง 2,352 ราย ในบริษัทขนาดกลางและใหญ่ทั่วโลก (รายได้รวมกว่า 25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ● 78% ของบริษัทไทยถูกโจมตีด้วยแคมเปญข้อมูลบิดเบือนหรือข้อมูลเท็จในปีที่ผ่านมา ● 60% ระบุว่าผู้ไม่ประสงค์ดีมากกว่าครึ่งมีแรงจูงใจจากข้อมูลบิดเบือน—ถือว่าสูงเป็นอันดับสองของโลก

จากรายงานความมั่นคงโลกของ Allied Universal และ G4S ชี้ว่า ข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับธุรกิจไทย โดย 78% ของบริษัทรายงานว่าเผชิญการโจมตีในปีที่ผ่านมา ขณะที่ 60% ของหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่ากว่าครึ่งของผู้ไม่ประสงค์ดีมีแรงจูงใจจากข้อมูลเท็จ ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับสองของโลก นอกจากนี้ยังคาดว่าการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญจะเป็นภัยคุกคามภายในหลักในปีหน้า


การสำรวจนี้ครอบคลุมการสำรวจความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง (CSO) จำนวน 2,352 รายใน 31 ประเทศ รวมรายได้องค์กรกว่า 25 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับในประเทศไทย ได้มีการสำรวจ CSO จำนวน 58 ราย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจในวงกว้างที่ประกอบด้วย CSO ทั้งหมด 464 รายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ 53% ของ CSO ในไทยคาดว่าความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจจะเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการดำเนินงานในปีหน้า

คุณโกมล ปานมงคล ผู้จัดการ G4S ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยที่ซับซ้อนขึ้นจากข้อมูลบิดเบือน ภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ จึงจำเป็นต้องยกระดับความสำคัญด้านความปลอดภัยทางกายภาพ โดยอาศัยการวางแผนที่รัดกุม เทคโนโลยี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ 95% ของหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าความปลอดภัยควรถูกยกระดับเป็นกลยุทธ์องค์กร และ 97% เชื่อว่าบุคลากรด่านหน้ายังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง





คุณซานเจย์ เวอร์มา (Sanjay Verma) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร G4S ประจำภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง กล่าวว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจผันผวน และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงอาชญากรรมที่มีแรงจูงใจทางการเงินและภัยคุกคามภายใน


เพื่อรับมือความท้าทายนี้ เขาแนะนำว่าองค์กรควรปรับตัวให้ทันภัยคุกคามดิจิทัลและลงทุนในเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เช่น โซลูชัน AI ดึงดูด ฝึกอบรม และรักษาบุคลากรด้านความปลอดภัย พร้อมพัฒนาทักษะด่านหน้าให้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงบวกครอบคลุมทั้งองค์กร ไม่จำกัดเฉพาะแผนกความปลอดภัยเท่านั้น

ที่มาข้อมูล : G4S

ที่มารูปภาพ : G4S

sticky-bar-top