ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศขู่เก็บภาษีร้อยละ 25 จากประเทศคู่ค้ากับ “อิหร่าน” โดยมีผลบังคับใช้ทันที ท่าทีดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงกระทบข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของอิหร่าน
เขตเศรษฐกิจรายใหญ่สุดทั้ง 2 แห่ง บรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้สหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากจีน ขณะที่จีนก็ระงับมาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากอย่างเข้มงวด
สรุปข่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศขู่เก็บภาษีร้อยละ 25 จากประเทศคู่ค้ากับ “อิหร่าน” โดยมีผลบังคับใช้ทันที ท่าทีดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงกระทบข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของอิหร่าน
เขตเศรษฐกิจรายใหญ่สุดทั้ง 2 แห่ง บรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราวเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้สหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากจีน ขณะที่จีนก็ระงับมาตรการจำกัดการส่งออกแร่หายากอย่างเข้มงวด
โฆษกสถานทูตจีนในสหรัฐฯ โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า จีนคัดค้านอย่างแข็งขันต่อมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและการใช้อำนาจนอกเหนือขอบเขต พร้อมกับเตือนว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
“เดบอราห์ เอล์มส์” หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้าของมูลนิธิฮินริช กล่าวว่า หากประธานาธิบดีทรัมป์จริงจังกับอัตราภาษีร้อยละ 25 จะเป็นการยกระดับภาษีครั้งใหญ่จากระดับปัจจุบัน ขณะที่สถานการณ์อาจบานปลายไปสู่การตอบโต้กันไปมา โดยครั้งสุดท้ายที่เล่นเกมนี้ จบลงด้วยอัตราภาษีที่ร้อยละ 145
ทั้งนี้ จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก โดยจีนซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านและประเทศอื่น ๆ ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรมานานแล้ว ซึ่งเป็นตัวช่วยทางเศรษฐกิจสำคัญสำหรับอิหร่านที่กำลังสั่นคลอนจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
“มู่หยู ซู” นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลพลังงาน “เคปเลอร์” ประเมินว่า การส่งออกน้ำมันดิบจากอิหร่านไปยังจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าระหว่างปี 2560-2567 โดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่กว่า 1.2 ล้านบาร์เรล
ธนาคารโลก ระบุว่า เมื่อปี 2565 เชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งที่จีนนำเข้าสินค้าจากอิหร่านทั้งหมด

