ขุนคลังสหรัฐฯ ไม่ห่วงกระแส Sell America

Share on Line Share on Facebook Share on X

“สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวถึงกระแสขายสินทรัพย์อเมริกา หรือ Sell America ที่กำลังเกิดขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำชาติยุโรปเผชิญหน้าเกี่ยวกับการผนวกกรีนแลนด์ ส่งผลให้ราคาหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลง ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น

ขณะที่ “อะคาดีมิเกอร์เพนชัน” (AkademikerPension) กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์ก ประกาศขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ 

โดย “เบสเซนต์” กล่าวขณะเข้าร่วมการประชุม “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม” ที่สวิตเซอร์แลนด์ ว่า การลงทุนของเดนมาร์กในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไร เหมือนกับประเทศเดนมาร์กเอง 



สรุปข่าว

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ไม่ห่วงกระแส Sell America หลังกองทุนบำเหน็จบำนาญเดนมาร์กเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ

“สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวถึงกระแสขายสินทรัพย์อเมริกา หรือ Sell America ที่กำลังเกิดขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำชาติยุโรปเผชิญหน้าเกี่ยวกับการผนวกกรีนแลนด์ ส่งผลให้ราคาหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลง ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น

ขณะที่ “อะคาดีมิเกอร์เพนชัน” (AkademikerPension) กองทุนบำเหน็จบำนาญของเดนมาร์ก ประกาศขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ 

โดย “เบสเซนต์” กล่าวขณะเข้าร่วมการประชุม “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม” ที่สวิตเซอร์แลนด์ ว่า การลงทุนของเดนมาร์กในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้มีนัยสำคัญอะไร เหมือนกับประเทศเดนมาร์กเอง 



ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 10 จาก 8 ประเทศยุโรปที่ขัดขวางแผนการผนวก “กรีนแลนด์” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 กุมภาพันธ์นี้ และจะเพิ่มอัตราภาษีเป็นร้อยละ 25 ในวันที่ 1 มิถุนายน หากไม่มีความคืบหน้า

“เบสเซนต์” กล่าวว่า แนวคิดที่ว่ายุโรปจะขายสินทรัพย์ของสหรัฐฯ มาจากนักวิเคราะห์เพียงคนเดียวที่ธนาคารดอยซ์แบงก์ ซึ่งต่อมาถูกขยายความโดยสื่อที่นำเสนอข่าวปลอม


ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ของดอยซ์แบงก์เมื่อวันที่ 18 มกราคม ระบุว่า สหรัฐฯ มีจุดอ่อนสำคัญเรื่องหนึ่งจากการต้องพึ่งพาประเทศอื่นในการชำระหนี้ที่เกิดจากการขาดดุลการค้าจำนวนมหาศาล ขณะที่ประเทศในยุโรปถือครองพันธบัตรและหุ้นของสหรัฐฯ มูลค่า 8 ล้านล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในการบริหารของกองทุนเอกชนที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาล และหากดำเนินการจริงก็อาจสร้างความเสียหายต่อนักลงทุนในยุโรปเอง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

sticky-bar-top