ศึกเครื่องใช้ไฟฟ้า! "LG" ลั่นไม่แข่งราคา ส่ง AI บุกตลาดไทย

Share on Line Share on Facebook Share on X

ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน ที่เข้ามาลงทุนและขยายตลาดเพิ่มขึ้น สำหรับ แอลจี ซึ่งเป็นแบรนด์จากเกาหลีใต้ บอกว่า อยู่ในไทยมานานหลายสิบปีแล้ว และจะยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คุณ อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า แอลจี เข้ามาในตลาดเมืองไทยกว่า 37 ปีแล้ว จึงเชื่อว่าฐานที่มั่นในไทยยังแข็งแกร่ง ตลอดจนมีบริการต่าง ๆ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้ง ยังมีการลงทุน ขยายตลาดเพิ่มเติมต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นการลงทุนในระยะยาว 

สำหรับการแข่งขัน ยืนยันว่าจะไม่แข่งด้านราคา แต่จะมีสินค้าที่หลากหลายและแข่งขันได้มานำเสนอแก่ลูกค้า ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรวมอยู่ที่กว่า 16,200 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 7 และปีนี้ตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 10 หรือมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยมี 2 แกนหลักขับเคลื่อนการเติบโตไปสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ การปรับโมเดลธุรกิจใหม่ที่มุ่งการเติบโตยั่งยืน และการปฏิรูปผลิตภัณฑ์ด้วย AI

สรุปข่าว

เปิดฉากปี 2026 อย่างดุเดือด สำหรับสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทย เมื่อยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่าง LG ประกาศทุ่มงบการตลาดกว่า 500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเติบโตที่ร้อยละ 10 โดยชูกลยุทธ์ใหม่เน้นการนำเทคโนโลยี AI และโมเดลธุรกิจนวัตกรรมเข้าสู้ มากกว่าการลงไปเล่นในสงครามราคา เชื่อว่าฐานที่มั่นในไทยแข็งแกร่ง หลังมีการลงทุนขยายธุรกิจต่อเนื่องตลอด 37 ปีที่ผ่านมา

ท่ามกลางการแข่งขันจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน ที่เข้ามาลงทุนและขยายตลาดเพิ่มขึ้น สำหรับ แอลจี ซึ่งเป็นแบรนด์จากเกาหลีใต้ บอกว่า อยู่ในไทยมานานหลายสิบปีแล้ว และจะยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คุณ อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า แอลจี เข้ามาในตลาดเมืองไทยกว่า 37 ปีแล้ว จึงเชื่อว่าฐานที่มั่นในไทยยังแข็งแกร่ง ตลอดจนมีบริการต่าง ๆ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ อีกทั้ง ยังมีการลงทุน ขยายตลาดเพิ่มเติมต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นการลงทุนในระยะยาว 

สำหรับการแข่งขัน ยืนยันว่าจะไม่แข่งด้านราคา แต่จะมีสินค้าที่หลากหลายและแข่งขันได้มานำเสนอแก่ลูกค้า ตลอดจนการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดขายรวมอยู่ที่กว่า 16,200 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 7 และปีนี้ตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 10 หรือมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 18,000 ล้านบาท โดยมี 2 แกนหลักขับเคลื่อนการเติบโตไปสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ การปรับโมเดลธุรกิจใหม่ที่มุ่งการเติบโตยั่งยืน และการปฏิรูปผลิตภัณฑ์ด้วย AI

ส่วนการปรับโมเดลธุรกิจใหม่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ธุรกิจลูกค้าองค์กร หรือ B2B โดยเฉพาะกลุ่มปรับอากาศเชิงพาณิชย์ และกลุ่มจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ และจะขยายธุรกิจรูปแบบ D2C ผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้น รวมถึงพัฒนาบริการ LG Subscribe ต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกัน ยังคงเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจรูปแบบ B2C ผ่านช่องทางขายโมเดิร์นเทรด และดีลเลอร์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท

ด้านผลิตภัณฑ์ จะผสาน AI เข้าไปในผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่ม เพิ่มบทบาทของเอไอ จากการเป็นผู้ช่วยคิด ไปสู่การ เอไอ ที่ลงมือทำได้จริง สามารถเรียนรู้และเข้าใจผู้ใช้งาน และสามารถช่วยครอบครัวยุคใหม่ประหยัดเวลาในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า และมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น พร้อมกันนี้ จะใช้งบการตลาดกว่า 500 ล้านบาทในการทำตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

สำหรับภาพรวมของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น คุณอำนาจ คาดการณ์ว่า ตลาดปีนี้มีทิศทางเติบโต โดยคาดว่าจะเติบโตได้ที่ร้อยละ 5-10 จากตลาดรวมในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า 4 กลุ่มหลัก คือ ทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศ มูลค่ารวมประมาณ 77,000 ล้านบาท

โดยมีหลายปัจจัยสนับสนุนยอดขายในกลุ่มหลัก ๆ เหล่านี้ให้เติบโต คือ ปีนี้ เป็นปีฟุตบอลโลก คาดว่าจะทำให้ตลาดทีวีมีความคึกคักมากขึ้น รวมทั้งสภาพอากาศ ที่น่าจะร้อนกว่าปีก่อน และร้อนยาวนาน จะทำให้ เครื่องปรับอากาศ กลับมาเป็นที่ต้องการมากขึ้นอีกครั้ง หลังจากปีที่แล้วตลาดซบเซาลงไป

นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าของผู้บริโภค มีการเปลี่ยนเครื่องเร็วขึ้น โดยใช้งานราว 5-6 ปี จากนั้นก็จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งหากนับตั้งแต่ช่วงโควิดที่เครื่องใช้ไฟฟ้าขายดีมาก จนถึงปีนี้ น่าจะถึงเวลาการเปลี่ยนเครื่องใหม่อีกครั้ง และจะทำให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมกลับมาคึกคักมากขึ้นอีก

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -

sticky-bar-top