"บิ๊กโตชิบา" เชื่อไทยมีดีไม่แพ้เวียดนาม อย่าเสียเวลาจับผิดกันเอง!

Share on Line Share on Facebook Share on X

คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ให้มุมมองบอกว่า เวลาเรามองดูตัวเอง มักจะเห็นแต่จุดด้อยของตัวเอง แต่จากที่ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมกับประเทศอื่น ๆ พวกเขายังมองเห็นจุดแข็งของไทย จึงเชื่อมั่นว่าไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แม้จะไม่สมบูรณ์ทั้ง 100% แต่ทุกชาติต่างก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนหรือปัญหากันทั้งนั้น 

เมื่อเทียบกับเวียดนาม ไทยยังมีข้อได้เปรียบ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา มีเสถียรภาพกว่า หรือแม้แต่เรื่องการเมือง หลายคนมองว่าการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ แต่ในความไม่มีเสถียรภาพ ในสายตาคนอื่น ไทยก็ยังมีเสถียรภาพ ที่สำคัญ คนไทยเองก็มีจุดแข็ง ในเรื่องของความยืดหยุ่น และมีความซื่อสัตย์กับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ ญี่ปุ่น ไว้วางใจ

ด้านเศรษฐกิจ ไทยอาจจะเติบโตช้า แต่คำถามสำคัญคือ เราสามารถอยู่ได้หรือไม่ ถ้าอยู่ได้ นั่นคือฐานที่สำคัญที่สุด ในการก้าวไปข้างหน้า

สรุปข่าว

ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำต่อเนื่อง และถูกมองจากทั้งในประเทศและนอกประเทศ ถึงศักยภาพการแข่งขันที่ลดลง ในมุมมองผู้บริหารระดับสูงจาก "โตชิบา ไทยแลนด์" เชื่อมั่นว่าไทยยังมีดีและแข่งขันได้

คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ให้มุมมองบอกว่า เวลาเรามองดูตัวเอง มักจะเห็นแต่จุดด้อยของตัวเอง แต่จากที่ได้มีโอกาสไปร่วมประชุมกับประเทศอื่น ๆ พวกเขายังมองเห็นจุดแข็งของไทย จึงเชื่อมั่นว่าไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แม้จะไม่สมบูรณ์ทั้ง 100% แต่ทุกชาติต่างก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนหรือปัญหากันทั้งนั้น 

เมื่อเทียบกับเวียดนาม ไทยยังมีข้อได้เปรียบ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา มีเสถียรภาพกว่า หรือแม้แต่เรื่องการเมือง หลายคนมองว่าการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ แต่ในความไม่มีเสถียรภาพ ในสายตาคนอื่น ไทยก็ยังมีเสถียรภาพ ที่สำคัญ คนไทยเองก็มีจุดแข็ง ในเรื่องของความยืดหยุ่น และมีความซื่อสัตย์กับพันธมิตรธุรกิจ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ ญี่ปุ่น ไว้วางใจ

ด้านเศรษฐกิจ ไทยอาจจะเติบโตช้า แต่คำถามสำคัญคือ เราสามารถอยู่ได้หรือไม่ ถ้าอยู่ได้ นั่นคือฐานที่สำคัญที่สุด ในการก้าวไปข้างหน้า

ซึ่งคุณ กอบกาญจน์ บอกอีกว่า อย่าเสียเวลาหรือจมอยู่กับจุดอ่อน ควรต้องทุ่มพลังไปข้างหน้า และมองสถานการณ์ให้ออก ว่าแข่งกับใคร เชื่อว่า ไทย ยังมีศักยภาพแข่งขันได้ และมีโอกาสที่จะเติบโต โดยทุกเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ควรต้องขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน ทั้งภาคอุตสาหกรรม การค้า และการท่องเที่ยว เพราะสามารถที่จะเสริมสร้างโอกาสให้แก่กันได้ เช่น นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในไทย แต่เขาอาจมองเห็นโอกาสการค้าและการลงทุน ไปพร้อม ๆ กันได้ 

สำหรับการท่องเที่ยว เชื่อว่าไทยยังมีเสน่ห์ แต่จะทำอย่างไรที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงให้กลับมาเที่ยวประเทศไทยบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งไทยมีนักท่องเที่ยวที่กลับมาเที่ยวซ้ำในสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 70 นั่นจะทำให้ประเทศมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่มั่นคง โจทย์ต่อมาคือ จะกระจายรายได้ไปสู่เมืองรอง และให้คนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างไร ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญ

ทั้งแนะนำ ว่าควรรักษาอัตลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว และเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ เพราะเป็นสิ่งที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้ พร้อมกับเล่าเรื่องด้วยวิธีใหม่ ๆ โดยไม่ทำให้เสียตัวตน

และเมื่อถามว่า สิ่งที่กังวลคืออะไร คุณ กอบกาญจน์ บอกว่า ห่วงคนไทยจะยอมแพ้ หมดความเชื่อมั่น ซึ่งต้องไม่ยอมแพ้ ต้องไม่หมดความเชื่อมั่น ซึ่งประเทศไทย ยังไม่ล้ม แต่การจะกลับมาแข็งแรงได้ อยู่ที่ตัวเราเอง 

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ : -

sticky-bar-top