4 ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย ลาซาด้า ประเทศไทย, ไลน์แมน วงใน, แกร็บ ประเทศไทย และ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย
พันโทหญิง ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมฯ กล่าวว่า การผนึกกำลังกันของทั้ง 4 แพลตฟอร์ม ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในภาคธุรกิจเท่านั้น แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศไปแล้ว
และแม้ว่าในทางธุรกิจ ทั้ง 4 รายจะเป็นคู่แข่งขันกัน แต่ได้มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ที่ต้องการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม
ดังนั้น ภารกิจสำคัญของสมาคมฯ คือ การสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการช่วยผลักดัน เอสเอ็มอี ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
นอกจากนี้ จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส และเปิดกว้างต่อการแข่งขัน โดยยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน
สรุปข่าว
4 ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ ซึ่งประกอบด้วย ลาซาด้า ประเทศไทย, ไลน์แมน วงใน, แกร็บ ประเทศไทย และ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ประกาศเปิดตัวสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย
พันโทหญิง ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมฯ กล่าวว่า การผนึกกำลังกันของทั้ง 4 แพลตฟอร์ม ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในภาคธุรกิจเท่านั้น แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานและเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศไปแล้ว
และแม้ว่าในทางธุรกิจ ทั้ง 4 รายจะเป็นคู่แข่งขันกัน แต่ได้มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ที่ต้องการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม
ดังนั้น ภารกิจสำคัญของสมาคมฯ คือ การสร้างระบบนิเวศดิจิทัล ที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการช่วยผลักดัน เอสเอ็มอี ไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
นอกจากนี้ จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส และเปิดกว้างต่อการแข่งขัน โดยยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน
ภายใต้หลักการ 4 ข้อคือ ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม ร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ตอบโจทย์และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มีความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศ และสนับสนุนให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
ทั้งนี้ บทบาทของเศรษฐกิจดิจิทัล ต่อเศรษฐกิจประเทศโดยรวม มีความสำคัญเด่นชัดยิ่งขึ้น ปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิทัล มีสัดส่วนอยู่ร้อยละ 10 ของ จีดีพี และคาดว่าในปี 2573 สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทย, การเติบโตด้าน โมบาย เฟิร์สต์ ,ตลอดจนการมีสินค้าและบริการต่าง ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากอยู่บนระบบดิจิทัล
ข้อมูลจากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉบับล่าสุด ที่จัดทำโดย กูเกิล, เทมาเส็ก และ เบน แอนด์ คอมพานี ยังพบว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 มีมูลค่าทางการตลาด อยู่ที่ประมาณ 1 ล้าน 7 แสน 3 หมื่น ล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 16
ขณะที่ มีคาดการณ์ว่าปี 2569 เศรษฐกิจดิจิทัล จะเติบโตอีกราวร้อยละ 10-15 ซึ่งแม้ว่าจะเติบโตช้าลงจากก่อนหน้านี้ที่เคยเติบโตเกือบร้อยละ 20 ต่อปี แต่ก็เป็นการเติบโตที่มากกว่า จีดีพี ประเทศ
คุณ จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย กล่าวว่า จากบทบาทที่สำคัญดังกล่าว เศรษฐกิจดิจิทัล จึงเป็นความหวังของการก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางของไทย และพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
และสำหรับบทบาทของสมาคมฯ ในการเป็นตัวเชื่อม หารือร่วมกับภาครัฐ คุณ จิระวัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสมาคมฯ คือ ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจ จากคนที่อยู่ในธุรกิจจริง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในลักษณะธุรกิจแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากธุรกิจแพลตฟอร์ม จะมีความแตกต่างจากธุรกิจแบบเดิม ๆ ดังนั้น มุมมองของภาครัฐ ต่อธุรกิจในแบบเดิม จึงอาจจะไม่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน
ส่วนสมาชิกสมาคมฯ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 4 ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเท่านั้น ยังพร้อมเปิดรับสมาชิกแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งตามตัวเลขของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอดด้า) มีแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนอยู่ประมาณ 200 ราย
