รัฐใน"ออสเตรเลีย"ผุดบริการขนส่งสาธารณะฟรี

Share on Line Share on Facebook Share on X

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ทางการรัฐวิกตอเรียและแทสเมเนียของออสเตรเลียประกาศให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีสำหรับประชาชน เพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

“จาซินตา อัลลัน” ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย ระบุว่า ทางการรัฐวิกตอเรียจะให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีเป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 31 มีนาคม

เธอระบุในแถลงการณ์ร่วมกับ “กาเบรียล วิลเลียมส์” ที่ดูแลเรื่องระบบขนส่งสาธารณะและการเดินทางอย่างยั่งยืนของรัฐวิกตอเรีย ว่า มาตรการนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะในราคาที่จ่ายได้ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและวิกฤตน้ำมัน

สรุปข่าว

รัฐวิกตอเรียนและรัฐแทสเมเนียในออสเตรเลียประกาศให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีแก่ประชาชน รับมือวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่กระทบค่าครองชีพ

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ทางการรัฐวิกตอเรียและแทสเมเนียของออสเตรเลียประกาศให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีสำหรับประชาชน เพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 

“จาซินตา อัลลัน” ผู้ว่าการรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย ระบุว่า ทางการรัฐวิกตอเรียจะให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีเป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 31 มีนาคม

เธอระบุในแถลงการณ์ร่วมกับ “กาเบรียล วิลเลียมส์” ที่ดูแลเรื่องระบบขนส่งสาธารณะและการเดินทางอย่างยั่งยืนของรัฐวิกตอเรีย ว่า มาตรการนี้จะทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะในราคาที่จ่ายได้ ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและวิกฤตน้ำมัน

ปัจจุบัน ค่าโดยสารขนส่งสาธารณะในรัฐวิกตอเรียอยู่ที่ประมาณ 11.4 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อวัน หรือราว 7.8 ดอลลาร์สหรัฐ 

ทางการรัฐวิกตอเรียประเมินว่า การให้บริการขนส่งสาธารณะทั้งหมดฟรีเป็นเวลา 1 เดือนจะใช้งบประมาณประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 48.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน “เจเรมี ร็อกคลิฟฟ์” ผู้ว่าการรัฐแทสเมเนีย ระบุว่า บริการรถโดยสารและเรือเฟอร์รี่ทั้งหมดในรัฐแทสเมเนียจะให้บริการฟรีตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม ไปจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

เขากล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ทั่วทั้งรัฐ และโครงการให้บริการฟรีจะช่วยลดค่าครองชีพได้อย่างแท้จริง

ที่มาข้อมูล : Xinhua

ที่มารูปภาพ : TNN