"วราวุธ " เร่งเครื่องหาแหล่งทุน ช่วย SMEs

Share on Line Share on Facebook Share on X
"วราวุธ " เร่งเครื่องหาแหล่งทุน ช่วย SMEs

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการ เดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย ภายใต้แนวคิด “ONE MIND” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานทำงานทิศทางเดียวกัน มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ

นโยบายสำคัญถูกขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก หรือ 4 Pillars โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทย เริ่มจาก “People Engagement” เน้นรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการ พร้อมพัฒนาระบบรับเรื่องและติดตามผลแบบครบวงจร เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด

เสาที่ 2 “Policy Execution” เร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ควบคู่มาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ และการยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง โดยเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

ขณะเดียวกัน  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยหรืเ SME D bank  อนุมัติสินเชื่อวงเงิน  20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน นำไปปรับปรุงกิจการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ







สรุปข่าว

"วราวุธ ศิลปอาชา" เร่งเครื่องช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาศักยภาพของธุรกิจ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐโลก พร้อมปูทางอุตสาหกรรมสีเขียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการ เดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย ภายใต้แนวคิด “ONE MIND” ผนึกกำลังทุกหน่วยงานทำงานทิศทางเดียวกัน มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนและผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ

นโยบายสำคัญถูกขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก หรือ 4 Pillars โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทย เริ่มจาก “People Engagement” เน้นรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการ พร้อมพัฒนาระบบรับเรื่องและติดตามผลแบบครบวงจร เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด

เสาที่ 2 “Policy Execution” เร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ควบคู่มาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอีอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ และการยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง โดยเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

ขณะเดียวกัน  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยหรืเ SME D bank  อนุมัติสินเชื่อวงเงิน  20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน นำไปปรับปรุงกิจการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ







นอกจากนี้ ยังมีแผนหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง  เรื่องของข้อกฏหมาย  รวมถึงหาแหล่งเงินทุนจากภาคเอกชน เพื่อเตรียมจัดตั้ง “กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี” วงเงินกว่า 100,000 ล้านบาท  ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเงินทุนระยะยาว ทั้งในรูปแบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เงินร่วมลงทุน และเงินสนับสนุนด้านนวัตกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเติบโตและขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ หรือ “New Engine” ได้แก่ อาหารและเกษตรมูลค่าสูง สมุนไพรและสุขภาพ หัตถกรรมสร้างสรรค์ เทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้เอสเอ็มอีไทยก้าวสู่ตลาดพรีเมียมและตลาดโลก

เสาที่ 3 “Legal Reform” มุ่งปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุน พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับสากล

ควบคู่การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และการพัฒนาระบบตรวจวัดมลพิษแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ

ส่วน “Minister’s Passion” มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง เข้ามามีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในห่วงโซ่การผลิตของเอสเอ็มอี

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน เพื่อให้เอสเอ็มอีไทย “เข้าถึงทุน ปรับตัวได้ และเติบโตได้จริง” พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN