'วราวุธ' ชงบีโอไอปรับเงื่อนไขลงทุน เน้นจ้างงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ ทางกระทรวงได้เตรียมหารือเพื่อที่จะเสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ และทบทวนเรื่องของกฎหมายหรือระเบียบบางอย่างที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ซึ่งปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เช่น เรื่องสัดส่วน Local Content ในอดีตอาจยังคงกำหนดไว้ไม่ได้สูง

แต่ปัจจุบันบีโอไอควรตั้งให้สูงขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสพัฒนา ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และเกิดการพัฒนาศักยภาพ (Capacity Building) เป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์มากที่สุด ยิ่งในสถานการณ์สงครามการค้าโลกปัจจุบันที่กติกาของ WTO เริ่มไม่เข้มแข็งเหมือนเดิม



สรุปข่าว

"วราวุธ" ฟิต เตรียมชงหารือบอร์ดบีโอไอ ปรับเงื่อนไขการลงทุนใหม่ เตรียมเพิ่ม Local Content ให้สูงขึ้น เน้นจ้างงานคนไทย เฟ้นเฉพาะอุตสาหกรรมที่ไทยได้ประโยชน์ เล็งตั้งกองทุนแสนล้าน ช่วยเอสเอ็มอีทรานส์ฟอร์ม เปิดทางเอกชนร่วมทุน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ ทางกระทรวงได้เตรียมหารือเพื่อที่จะเสนอให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ และทบทวนเรื่องของกฎหมายหรือระเบียบบางอย่างที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ซึ่งปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เช่น เรื่องสัดส่วน Local Content ในอดีตอาจยังคงกำหนดไว้ไม่ได้สูง

แต่ปัจจุบันบีโอไอควรตั้งให้สูงขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสพัฒนา ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และเกิดการพัฒนาศักยภาพ (Capacity Building) เป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์มากที่สุด ยิ่งในสถานการณ์สงครามการค้าโลกปัจจุบันที่กติกาของ WTO เริ่มไม่เข้มแข็งเหมือนเดิม



"สมมุติถ้ามีการลงทุน อย่างเช่นดาต้าเซ็นเตอร์ แล้วใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศอย่าง PCB 100% แบบนี้ก็น่าสนับสนุนมาก เพราะอย่างเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ถ้าใช้ในประเทศได้ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก ดังนั้นภาครัฐอาจต้องตั้งเงื่อนไขใหม่สำหรับการลงทุนเช่น ใช้ Local Content เท่าไร ใช้ทรัพยากรในประเทศแค่ไหน แล้วประเทศไทยหรือคนไทยได้อะไร ต้องเป็นลักษณะ Win-Win ในมุมของกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็อยากผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพราะประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) อยู่แล้ว ตรงนี้จะช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้มากขึ้น"

ทั้งหมดนี้จะมีกลไกใหม่สำคัญที่จะผลักดัน คือ การตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และบีโอไอ พร้อมผลักดันการจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SMEs รวมทั้งการรีสกิล และอัพสกิลแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และตลาดคาร์บอนเครดิต รองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ


ทั้งนี้ มีแผนที่จะตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมวงเงินระดับแสนล้านบาท แต่จะทยอยทำเป็นเฟส โดยรูปแบบของกองทุน ดังกล่าวจะดึงให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้เตรียมหารือกับทางธนาคารโลก (World Bank) อย่างไรก็ตามต้องหารือกับทางกระทรวงการคลังเพิ่มเติม เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมมีกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐอยู่แล้ว ซึ่งต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน เนื่องจากเป้าหมายของกองทุนนี้ต้องการช่วย SMEs รายเล็กที่ต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมในอนาคต การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น เรามีสเป็กคนที่อยากให้ดึงมาร่วมทุนอยู่แล้ว อยากได้บริษัทเอกชนที่เก่ง มีเงิน เพื่อมาช่วยซัพพอร์ตอุตสาหกรรม"

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

เศรษฐกิจ insightวราวุธ ศิลปอาชาบอร์ดบีโอไอLocal Content
จ้างงานคนไทย
เอสเอ็มอีทรานส์ฟอร์ม