ไม่รอให้ล้นตลาด! ที่มาพาณิชย์เปิดเกมรุก "Live Commerce"

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไม่รอให้ล้นตลาด! ที่มาพาณิชย์เปิดเกมรุก "Live Commerce"

 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ การนำทุเรียนไทยขึ้นแพลตฟอร์มการขายในรูปแบบ Live Commerce   ในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนจะออกสู่ตลาดในปริมาณมาก เพื่อบริหารจัดการการส่งสินค้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากต่อเนื่องจนถึงเดือนมิถุนายน รวมถึงเป็นฤดูผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด  แนวทางดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อกระจายผลผลิตล่วงหน้า และลดความเสี่ยงภาวะผลผลิตกระจุกตัว และช่วยพยุงเสถียรภาพด้านราคา ดีกว่าการรอให้เกิดภาวะล้นตลาดแล้วจึงใช้มาตรการแก้ไขภายหลัง

นอกจากมาตรการในประเทศแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเร่งผลักดันผลไม้ไทยทุกชนิดออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง   จากสถิติในปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดในปริมาณ 2,080,049 ตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 1.1 ตลาดส่งออกหลัก 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน (ร้อยละ 88.1) มาเลเซีย (ร้อยละ 2.2) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 2.1) 

ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – มีนาคม) มีการส่งออกผลไม้สดแล้วในปริมาณ 305,673 ตัน คิดเป็นมูลค่า 22,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56.2 สำหรับทุเรียนสดมีปริมาณส่งออกแล้วปริมาณ 101,773 ตัน มูลค่า14,215 ล้านบาท ขยายตัวถึงร้อยละ 181


สรุปข่าว

ไม่รอให้ล้นตลาด! ที่มาพาณิชย์เปิดเกมรุก Live Commerce พร้อมดันหลายมาตรการนำผลไม้ไทยบุกตลาดต่างประเทศ ผลักดันราคาช่วยเกษตรกร มุ่งเป้าส่งออกผลไม้ไทยปีนี้ 1.79 แสนล้านบาท

 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ การนำทุเรียนไทยขึ้นแพลตฟอร์มการขายในรูปแบบ Live Commerce   ในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนจะออกสู่ตลาดในปริมาณมาก เพื่อบริหารจัดการการส่งสินค้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากต่อเนื่องจนถึงเดือนมิถุนายน รวมถึงเป็นฤดูผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด  แนวทางดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อกระจายผลผลิตล่วงหน้า และลดความเสี่ยงภาวะผลผลิตกระจุกตัว และช่วยพยุงเสถียรภาพด้านราคา ดีกว่าการรอให้เกิดภาวะล้นตลาดแล้วจึงใช้มาตรการแก้ไขภายหลัง

นอกจากมาตรการในประเทศแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเร่งผลักดันผลไม้ไทยทุกชนิดออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง   จากสถิติในปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดในปริมาณ 2,080,049 ตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 1.1 ตลาดส่งออกหลัก 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน (ร้อยละ 88.1) มาเลเซีย (ร้อยละ 2.2) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 2.1) 

ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – มีนาคม) มีการส่งออกผลไม้สดแล้วในปริมาณ 305,673 ตัน คิดเป็นมูลค่า 22,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56.2 สำหรับทุเรียนสดมีปริมาณส่งออกแล้วปริมาณ 101,773 ตัน มูลค่า14,215 ล้านบาท ขยายตัวถึงร้อยละ 181


กระทรวงพาณิชย์มีแผนเจาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งการกระจายผลผลิตผลไม้ในประเทศได้อย่างเต็มที่ ส่งผลดีต่อพี่น้องเกษตรกรไทย โดยมาตรการที่สำคัญที่ได้ดำเนินการแล้วในปีนี้ ได้แก่

 1) จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) สินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการจัดให้มีการซื้อขายล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาซื้อขายระหว่างผู้ส่งออกไทย 101 บริษัท ผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120.51 ล้านบาท

2) จัดคณะผู้บริหารระดับสูงเยือนกรุงฮานอย จังหวัดหล่างเซิน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23 – 25 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหา/อุปสรรคล่วงหน้า

สำหรับฤดูกาลผลไม้ประจำปี 2569 ให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้ได้อย่างคล่องตัวรวดเร็ว 

สำหรับมาตรการส่งเสริมการขายสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์จะจัดขึ้นต่อไปในปีนี้ ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ประกอบด้วย

 1) งานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม ศกนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งจะมีผู้ประกอบการขายเข้าร่วมออกบูธ 3,300 ราย และผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมากกว่า 140,000 คน 

 2) กิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ใน 7 เมืองหลักของจีนในโครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กวางโจว และ คุนหมิง


3) ในปี 2569 นี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้เพิ่มการจัดกิจกรรม Thai Tropical Fruits Golden Months ในแถบภาคตะวันตกของประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหม่ของผลไม้ไทยอีก 3 เมือง ได้แก่ 1. นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย 2. เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน 3. เมืองอูรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์  และเมืองรองอื่นๆ 8 แห่งได้แก่ 

1. เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี 

2. เมืองไป่เช่อ  และ 3. เมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

4. เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน

5. เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง

6. เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง

7. เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน

8. เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง 

 4) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

 5) การขายสินค้าผลไม้สดและแปรรูปออนไลน์ร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลกภายใต้ชื่อ Thaitrade.com และ TOPTHAI ได้แก่ Amazon (US) Tmall (จีน) PUPU (จีน) Rakuten (ญี่ปุ่น) Letstango (UAE) HKTVmall (ฮ่องกง) และ Bigbasket (อินเดีย)

จากมาตรการและกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายที่จะผลักดันการส่งออกผลไม้ของไทยให้ได้สูงกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 5 ซึ่งจะมีมูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยแตะ 179,000 ล้านบาท

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

แท็กบทความ

ย่อโลกเศรษฐกิจศุภจี สุธรรมพันธุ์Live Commerce
ส่งออกผลไม้
Thaitrade.com
มณฑลยูนนาน